ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2541

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1817/2541กรมศุลกากร กับพวกโจทก์นาง ชู ชีพ โชติปริญญานนท์ กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 18 วรรคสองหลังจาก ว.ถึงแก่กรรมจำเลยที่1ซึ่งเป็นภริยาของว.ได้รับแบบแจ้งการประเมินอากรขาเข้า ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล จากเจ้าหน้าที่ประเมิน ถือได้ว่าเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้ง การประเมินไปยังจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นภรรยาและทายาทของ ว. ตาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 18 วรรคสอง แล้ว การที่แบบแจ้งการประเมินระบุชื่อ ว. เป็นผู้รับแจ้งผลการประเมินโดยมิได้ระบุชื่อจำเลยทั้งสามคนใดคนหนึ่งลงในแบบแจ้งการประเมิน ว่าเป็นผู้รับแจ้งการประเมิน แม้จะไม่ถูกต้องแต่ก็ได้มีการแจ้ง การประเมินไปยังจำเลยที่ 1 ผู้เป็นภรรยาและทายาทของ ว. ผู้ต้องเสียภาษีซึ่งถึงแก่ความตายนั้นแล้ว จึงถือได้ว่าได้มีการแจ้ง การประเมินไปยังทายาทของ ว. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีทราบแล้วโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามในฐานะทายาทของนายวสันต์ โชติปริญญานนท์ ร่วมกันรับผิดชำระค่าภาษีอากรจำนวน386,837.60 บาท (ที่ถูกน่าจะเป็น 201,788 บาท) แก่โจทก์ทั้งสองแต่ไม่เกินทรัพย์มรดกที่ได้รับแต่ละคนจำเลยทั้งสามให้การว่า การคิดคำนวณภาษีของโจทก์ทั้งสองไม่ถูกต้องและการที่โจทก์ทั้งสองอ้างว่านายวสันต์สำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าราคาแท้จริงในท้องตลาดไม่เป็นความจริงเมื่อนายวสันต์ไม่เคยนำเข้าสินค้าและไม่เคยค้างภาษีย่อมไม่มีหน้าที่ต้องอุทธรณ์คัดค้านการประเมินภาษี และนายวสันต์ก็ไม่เคยได้รับแจ้งการประเมินภาษี โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยและเรียกเงินตามฟ้อง นอกจากนี้จำเลยทั้งสามไม่เคยได้รับการทวงถามจากโจทก์ทั้งสอง โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้องเรียกร้องเอาทรัพย์มรดกของนายวสันต์จากจำเลยทั้งสามผู้เป็นทายาทศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้