ความผิดฐานแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครองในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ และความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ในประเด็นเรื่องการรับรู้ประกาศและเครื่อ
ประกาศกระทรวงเกษตรฯ กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่ทุกจังหวัด การแปรรูปไม้หรือมีไม้แปรรูปไว้ในครอบครอง ณ ที่ใดภายในราชอาณาจักรถือเป็นความผิดทั้งสิ้น โดยไม่ต้องพิสูจน์การรับรู้เป็นรายท้องที่ ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ มาตรา 8 กำหนดให้ต้องมีหลักเขต ป้าย หรือเครื่องหมายอื่นแสดงไว้เพื่
ศาลฎีกาพิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยทั้งเก้าตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ยกเว้นความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติให้ยกฟ้อง ไม้แปรรูปของกลางให้ริบ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ให้การรับสารภาพในข้อหาร่วมกันมีไม้มะค่าโมงที่ยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครอง ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 9 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งเก้ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฯ รวมจำคุกคนละ 4 ปี ลดโทษแล้วจำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 คนละ 2 ปี 6 เดือน จ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2529พนักงาน อัยการ ประจำศาล จังหวัดสวรรคโลกโจทก์นาย ป้อง มูลรัตน์ ที่ 1 กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 5, ม. 48, ม. 73 ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ฯ ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ม. 8, ม. 16, ม. 24โจทก์ฟ้องว่าจำเลยแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามประกาศกระทรวงเกษตรเรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ฯซึ่งได้กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่ทุกจังหวัดหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งการแปรรูปไม้หรือมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองณที่ใดภายในราชอาณาจักรถือเป็นความผิดทั้งสิ้นสำหรับในท้องที่เกิดเหตุจำเลยแถลงยอมรับว่าม.ป่าไม้อำเภอและจ.กำนันได้ดำเนินการปิดประกาศเพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบแล้วและจำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธความข้อนี้จึงฟังได้ว่าจำเลยได้ทราบประกาศกระทรวงเกษตรดังกล่าวแล้ว. พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติฯมาตรา8บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีหลักเขตและป้ายหรือเครื่องหมายอื่นแสดงไว้เพื่อให้ประชาชนได้ทราบว่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติการที่ทางกระทรวงเกษตรแจ้งให้ทางอำเภอกำนันและผู้ใหญ่บ้านแจ้งให้ราษฎรในท้องที่ทราบถึงเขตของอุทยานแห่งชาติฯโดยไม่ปรากฏว่าได้มีการปักหลักเขตติดป้ายหรือเครื่องหมายอื่นใดที่พอแสดงให้ทราบอาณาเขตของอุทยานแห่งชาติดังกล่าวจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ทราบว่าท้องที่ซึ่งตนกระทำความผิดนั้นอยู่ในอาณาเขตของอุทยานแห่งชาติ.โจทก์ ฟ้อง ว่า จำเลย ร่วม กัน ตัด ฟัน ไม้สัก และ ไม้ มะค่าโมง อันเป็น ไม้ หวงห้าม ประเภท ก. ใน บริเวณ ป่า แม่สินฯลฯ อัน อยู่ ในเขต อุทยานแห่งชาติ และ มี ไม้ มะค่าโมง ยัง มิได้ แปรรูป ไว้ ในครอบครอง โดย มิได้ รับ