ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2572/2541

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิของลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากทุจริตต่อหน้าที่ในการเรียกค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

หลักกฎหมาย

การเลิกจ้างอาจเกิดขึ้นโดยพฤติการณ์ที่พอแสดงได้ว่าเป็นการเลิกจ้าง โดยไม่จำเป็นต้องบอกเลิกจ้างอย่างชัดแจ้งทุกกรณี และเมื่อศาลฟังว่าโจทก์เป็นลูกจ้าง ข้อต่อสู้เรื่องทุจริตต่อหน้ายังคงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่พิพากษายกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าเป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยให้การว่าโจทก์เป็นหุ้นส่วนและมีพฤติการณ์ทุจริตต่อหน้าที่ ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 แต่พฤติการณ์ของโจทก์เป็นการทุจริตต่อหน้าที่และฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเป็นกรณีร้ายแรง

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2572/2541นางสาว พูลสุข โพธิกุลโจทก์นาย มี ชัย อำนวยยนต์ วา รี กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 89, ม. 116, ม. 117, ม. 142 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 45, ม. 54 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46โจทก์ฟ้องอ้างว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย จำเลยไม่ปฏิบัติตามสัญญาจ้างและเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นลูกจ้างแต่เป็นหุ้นส่วนทำกิจการร่วมกันและโจทก์มีพฤติการณ์เสียหายด้านการเงินไม่นำเงินที่เรียกเก็บจากลูกค้าไปชำระค่าบริการต่าง ๆ ให้สถานบริการเหล่านั้นจำเลยต้องรับภาระชำระหนี้สินที่โจทก์ก่อขึ้นดังกล่าวจำเลยให้โอกาสโจทก์ปรับปรุงตัวใหม่ แต่โจทก์ก็ไม่ได้ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น ยังคงหลอกลวงลูกค้าที่มาใช้บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนำเงินที่รับจากลูกค้าไปเป็นประโยชน์ส่วนตนเป็นเหตุให้ลูกค้าได้รับความเสียหายอยู่อีก เมื่อศาลแรงงานฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ดังนี้ข้อต่อสู้ของจำเลยในส่วนที่ว่าโจทก์มีพฤติการณ์เป็นการทุจริตต่อหน้าที่จึงยังคงมีอยู่ คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าจ้าง ค้างค่าครองชีพ เงินส่วนแบ่งเงินค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าเสียหายต่าง ๆ ตามฟ้องหรือไม่ การที่นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง หาได้มีบทกฎหมายใดกำหนดหรือบังคับให้ต้องมีการบอกเลิกจ้างกันอย่างชัดแจ้งทุกกรณีเสมอไป การเลิกจ้างอาจเกิดขึ้นได้โดยพฤติการณ์ต่าง ๆที่พอแสดงได้ว่าเป็นการเลิกจ้างก็ได้ ดังที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 46 วรรคสอง พระราชบัญญัติจั