ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2596/2541
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2596/2541พนักงานอัยการ จังหวัด นครสวรรค์โจทก์นาย สมคิด วิไลวรรณวิวัฒน์ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 335, ม. 357 ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 172, ม. 176 ป.วิ.พ. ม. 243โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรจำเลยยื่นคำให้การรับสารภาพฐานรับของโจร เมื่อศาลชั้นต้นสอบจำเลย จำเลยกลับแถลงเพิ่มเติมว่า จำเลยไม่รู้ว่าทรัพย์ที่เอามาเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา แม้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ยังไม่ทราบคำแถลงเพิ่มเติมที่เป็นการให้การปฏิเสธฟ้องโจทก์แต่เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไปโดยผิดหลง เพราะเห็นว่าจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจร ศาลชั้นต้นจึงมิได้เปิดโอกาสให้โจทก์สืบพยานเช่นนี้ เมื่อมิใช่เป็นกรณีที่โจทก์ทราบแล้วว่าจำเลยให้การปฏิเสธ แต่โจทก์ไม่ติดใจสืบพยานการที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีลงโทษจำเลยไป จึงเป็นการที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายวิธีพิจารณาความว่าด้วยคำพิพากษาและคำสั่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(1)ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15เมื่อความปรากฏแก่ศาลอุทธรณ์จึงชอบที่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาระหว่างโจทก์กับจำเลย แล้วพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334, 335, 336 ทวิ, 357 และ 83จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การรับสารภาพฐานรับของโจรและศาลชั้นต้นสอบจำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 แถลงเพิ่มเติมว่า จำเลยที่ 1 ร่วมไปกับจำเลยที่ 2 แต่ไม่รู้ว่าทรัพย์ที่เอามาเป็นการลักมาและไปขายทรัพย์กับจำเลยที่ 2 แต่ไม่ได้รับส่วนแบ่ง ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพฐานลักทรัพย์ศาลชั้นต้นพิพากษาว่