การงดสืบพยานของศาลแรงงาน การนับค่าเช่าบ้านและค่าสาธารณูปโภคเป็นค่าจ้างเพื่อคำนวณค่าชดเชย และการเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามข้อยกเว้นของประกาศกระท
ค่าเช่าบ้านและค่าสาธารณูปโภคที่จ่ายเท่ากันทุกเดือนโดยไม่ต้องมีใบเสร็จเป็นสวัสดิการ ไม่ใช่ค่าจ้างตามนิยามข้อ 2 ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เพราะไม่ใช่การตอบแทนการทำงาน จึงไม่นำมารวมคำนวณค่าชดเชย และสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอนแต่ลักษณะงานเป็นงานปกติของธุรกิจ ไม่เข้าข้อยกเว้นตามข้อ 46 วรรคสาม ที่จะเล
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 268,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
โจทก์ทำงานกับจำเลยตามสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ตำแหน่งผู้วิเคราะห์งานก่อสร้าง จำเลยจ่ายค่าเช่าบ้านเดือนละ 30,000 บาท และค่าสาธารณูปโภคเดือนละ 3,000 บาท พร้อมเงินเดือนโดยไม่ต้องมีใบเสร็จ ต่อมาจำเลยเลิกจ้างก่อนครบกำหนด ศาลแรงงานกลางงดสืบพยานและพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยโดยรวมค่าเช่าบ้านและค่าสาธา
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2607/2541นาย นิโคลาส แอนโทนี่ บีนโจทก์บริษัท สยาม ซินเท็คคอนสตรัคชั่น จำกัด ( มหาชนจำเลย ป.วิ.พ. ม. 104, ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 54 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 104 ประกอบ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลแรงงานย่อมมีอำนาจเต็มที่ในอันที่จะวินิจฉัย ว่า พยานหลักฐานที่คู่ความนำมาสืบนั้นเกี่ยวกับประเด็นและเป็นอันเพียงพอให้เชื่อฟังเป็นยุติได้หรือไม่แล้วพิพากษาคดีไปตามนั้น ฉะนั้น เมื่อศาลแรงงานสอบโจทก์จำเลยแล้วแถลงรับข้อเท็จจริงกัน ศาลแรงงานก็ย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจงดสืบพยานเสียได้ในเมื่อเห็นว่าข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะฟังเป็นยุติและวินิจฉัยได้แล้ว การที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลแรงงานเพื่อฟังข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจนพอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมายจึงเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจของศาลแรงงานอันเป็นข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 วรรคหนึ่ง ค่าจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 2 หมายความว่า เงิน หรือเงินและสิ่งของที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน หรือจ่ายให้โดยคำณวน ตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ ดังนี้ แม้จำเลยจ่ายค่าเช่าบ้าน เดือนละ 30,000 บาท ค่าสาธารณูปโภคได้แก่ ค่าไฟฟ้า ประปา และโทรศัพท์เดือนละ 3,000 บาท ให้แก่โจทก์เท่ากันทุกเดือนพร้อมเงินเดือนโดยไม่ต้องมีใบเสร็จรับเงินมาแสดงก็ตาม แต่เมื่อเงินดังกล