ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2645/2541

ประเด็นกฎหมาย

การจัดสรรที่ดินโดยแบ่งเป็นแปลงย่อยรวม 10 แปลง และให้คำมั่นจัดให้มีสาธารณูปโภค ทำให้สโมสร สระว่ายน้ำ และสวนหย่อมตกเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินจัดสรรโดยผลของปร

หลักกฎหมาย

การจัดสรรที่ดินตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30 ต้องมีการจัดจำหน่ายที่ดินติดต่อกันเป็นแปลงย่อยตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป และมีการให้คำมั่นหรือแสดงออกว่าจะจัดให้มีสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะ โดยไม่ต้องคำนึงถึงการขออนุญาตจัดสรร หากมีการให้คำมั่นและดำเนินการตามนั้น สาธารณูปโภคที่สร้างขึ้นย่อมตกเป็นภา

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยที่ 2 รื้อกำแพงคอนกรีตในส่วนที่อยู่หน้าที่ดินโฉนดเลขที่ 43838 ให้จำเลยที่ 6 รื้อกำแพงคอนกรีตในส่วนที่อยู่หน้าที่ดินโฉนดเลขที่ 43836 และจัดทำและบำรุงรักษาสวนหย่อม ให้จำเลยที่ 2 และที่ 6 ร่วมกันจัดทำสโมสรและบำรุงรักษาสโมสรและสระว่ายน้ำให้คงสภาพตามที่ได้จัดทำขึ้นตลอดไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 3 และที่ 4 แบ่งที่ดินของตนเป็นแปลงย่อยคนละ 5 แปลง รวม 10 แปลง แล้วให้บริษัท ส. จัดจำหน่ายที่ดินและบ้าน โดยมีการโฆษณาว่าจะจัดให้มีสโมสร สระว่ายน้ำ และสวนหย่อม ต่อมาได้ก่อสร้างสาธารณูปโภคดังกล่าว ต่อมาจำเลยทั้งหกได้โอนที่ดินที่เป็นที่ตั้งของสโมสร สระว่ายน้ำ และสวนหย่อมให้แก่จำเลยที่ 2 และที่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2645/2541นาย ปณิธาน ทศไนยธาดาโจทก์นาย วราวุฒิ ปัจฉิมสวัสดิ์ กับพวก ฯลฯจำเลย ป.พ.พ. ม. 1298, ม. 1390, ม. 1391 ป.วิ.พ. ม. 55 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 ข้อ 30กรณีที่จะถือว่าเป็นการจัดสรรที่ดินตามประกาศของ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ 286 นั้น สาระสำคัญอยู่ที่การจัดจำหน่าย ที่ดินติดต่อกันเป็นแปลงย่อยมีจำนวน ตั้งแต่ 10 แปลงขึ้นไป และมีการให้คำมั่นหรือการแสดงออกว่าจะจัดให้มี สาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะหรือปรับปรุงให้ที่ดินนั้น เป็นที่อยู่อาศัย ที่ประกอบการพาณิชย์ หรือที่ประกอบ การอุตสาหกรรม ส่วนผู้จัดสรรจะขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน ต่อคณะกรรมการควบคุมการจัดสรรที่ดินหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากจะเป็นการฝ่าฝืนต่อประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว ก็ไม่ทำให้การดำเนินการของผู้จัดสรรไม่เป็นการจัดสรร ที่ดินตามกฎหมาย จำเลยที่ 3 และที่ 4 ได้นำที่ดินของตนมาแบ่งเป็นแปลงย่อย คนละ 5 แปลง รวมเป็น 10 แปลง แล้วให้บริษัท ส.ทำการจัดจำหน่ายที่ดินและบ้านโดยที่ดินที่แบ่งเป็นแปลงย่อยรวม 10 แปลง ได้มีการก่อสร้างบ้านจำนวน 9 หลัง ลงในที่ดิน10 แปลง การจัดจำหน่ายที่ดินและบ้าน ทางผู้จัดสรรขายได้มีการแยกทำสัญญาเป็น 3 ฉบับ คือให้ผู้ซื้อทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับจำเลยที่ 3 หรือที่ 4 ส่วน การปลูกสร้างบ้านให้ผู้ซื้อทำสัญญาว่าจ้างให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ว. เป็นผู้รับจ้างปลูกสร้างบ้าน และให้บริษัท ส. เป็นผู้รับจ้าง ทำถนน น้ำ ไฟฟ้า ท่อระบายน้ำ ตลอดจนปรับปรุงที่ดิน เพื่อแบ่งเบาภาระในเรื่องภาษี แต่การดำเนินจัดจำหน่าย ที่ดินและบ้านของบริษัท ส.กับห้างหุ้นส่วนจำกัดว. ล้วนกระทำการโดยจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการ ของบริษัท ส. อันมีจำเลยที่ 2 ที่ 4 และที่ 5 ร่วมเป็นกรร