ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3346/2541

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ไม่เสนอคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ไปยังนายกรัฐมนตรีภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด เป็นความผิดตามประมวลกฎ

หลักกฎหมาย

การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าพนักงานจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ต้องมีเจตนาเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด การกระทำที่ขาดเจตนาดังกล่าว แม้จะเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ก็ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 157 และการไม่เสนอคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ไปยังนายกรัฐมนตรีเป็นเรื

คำวินิจฉัย

การกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 มาตรา 70 พิพากษายกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 ซึ่งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่ได้เสนอคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ (คณะที่ 5) ที่เป็นคุณแก่โจทก์ไปยังนายกรัฐมนตรีภายใน 7 วันตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 เนื่องจากไปราชการต่างประเทศ และเมื่อกลับมาก็ไม่ได้เสนอจนกระทั่งเกษียณอายุราชการ แต

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3346/2541บริษัท ฮาร์ท ออยส์ สยาม อิมปอร์ต เอ็กซ์ปอร์ต จำกัดโจทก์นาย มี ชัย ฤชุพันธ์ กับพวกจำเลย ป.อ. ม. 59, ม. 63, ม. 157 พ.ร.บ.คณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ.2522 ม. 49, ม. 70 พ.ร.บ.น้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2521 ม. 6 ประกาศกระทรวงพาณิชย์ (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2528 จำเลยที่ 2 ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์เพื่อให้มีการวินิจฉัยชี้ขาดคดีร้องทุกข์แล้วนำคำวินิจฉัยชี้ขาดเสนอนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลให้มีคำสั่งชี้ขาดการร้องทุกข์ โจทก์ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521โจทก์ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตคือ1. ต้องค้าน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 2. ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 1(พ.ศ. 2528) โจทก์มีหน้าที่ต้องสำรองน้ำมันตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ. 2521 และประกาศกระทรวงพาณิชย์ ฉบับที่ 1(พ.ศ. 2528)ต่อมากรมทะเบียนการค้าได้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบว่าใบอนุญาตค้าน้ำมันของโจทก์สิ้นผลแล้ว เพราะโจทก์สำรองน้ำมันไม่ครบปริมาณ 3,600,000 ลิตร ตามที่กฎหมายกำหนดโจทก์ได้มีหนังสือทักท้วงต่อจำเลยที่ 4 ขอให้ทบทวนและเพิกถอนหนังสือดังกล่าว กับโจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อ้างว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขในประกาศกระทรวงพาณิชย์ให้ใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันสิ้นผลและตีความเรื่องการสำรองน้ำมันไม่ถูกต้องและผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายพร้อมกับขอให้ใช้มาตรการบรรเทาทุกข์ชั่วคราวแก่โจทก์คณะกรรมการวินิจฉัยร้องทุกข์ (ค