ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4814/2541

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4814/2541นาง สุพรรณี วีรุตมเสนผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 1629, ม. 1630, ม. 1713คำว่า ผู้มีส่วนได้เสีย ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 วรรคหนึ่ง มีความหมายถึงผู้ได้รับประโยชน์จากทรัพย์มรดกโดยตรง มาแต่ต้นในขณะเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ในขณะเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ร. มารดาของเจ้ามรดกแม้จะมีอายุถึง 95 ปี แต่เมื่อ ร.ยังมีชีวิตอยู่ร. จึงเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่ 2 ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1629 วรรคหนึ่ง ส่วนผู้ร้องเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับเจ้ามรดก เป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่ 3 อันเป็นลำดับถัดลงมา ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิในทรัพย์มรดกของผู้ตาย ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1630 วรรคหนึ่งและการที่ผู้ร้องเข้าไปครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของเจ้ามรดกภายหลังเจ้ามรดกถึงแก่ความตาย ก็ถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามความหมายของบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้นผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า นายนิวัติ ประจันเขตต์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2540 ผู้ตายเป็นบุตรของพันตำรวจโทกระจ่าง ประจันเขตต์ กับนางริ้ว ประจันเขตต์พันตำรวจโทกระจ่างเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 2506 ผู้ตายไม่มีภริยาและบุตร ดังนั้น นางริ้วจึงเป็นทายาทโดยธรรมแต่เพียงผู้เดียวขณะมีชีวิตอยู่ผู้ตายมีทรัพย์สินอันเป็นมรดกคือที่ดินโฉนดเลขที่ 8031 โดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ นางริ้วทายาทโดยธรรมของผู้ตายปัจจุบันอายุ 95 ปี เดินไม่ได้และช่วยเหลือตนเองไม่ได้นอนป่วยอยู่ที่บ้านจึงไม่สามารถเป็นผู้จัดการมรดกได้ผู้ร้องเป็นน้องสาวร่วมบิดามารดาเดียวกับผู้ตาย ภายหลังที่ผู้ตายถึงแก่ความตายผู้