ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6789/2541

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6789/2541นาย ประเวช บุญ สมโจทก์นาย บุญ สม ทอง แกม ใบจำเลย ป.พ.พ. ม. 213, ม. 1361 วรรคสอง ป.วิ.พ. ม. 271, ม. 297เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินพิพาทแก่โจทก์ พร้อมทั้งให้จำเลยรับเงินค่าที่ดิน ส่วนที่เหลือ 95,000 บาท ไปจากโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 15,000 บาท และใช้ค่าเสียหาย 20,000 บาท ให้โจทก์ จำเลยก็ต้องปฏิบัติการชำระหนี้ไปตาม ลำดับในคำพิพากษาดังกล่าว จำเลยจะเลือกปฏิบัติการชำระหนี้ ในลำดับที่สองโดยอ้างว่าจำเลยไม่สามารถจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ที่ดินพิพาทแก่โจทก์โดยลำพังตนเองหาได้ไม่ ทั้งนี้เพราะ อ. เจ้าของรวมอีกคนหนึ่งได้ให้ความยินยอมแก่จำเลยในการทำสัญญา จะซื้อจะขายนี้แล้ว และกรณีเช่นว่านี้โจทก์ย่อมขอให้บังคับคดี แก่จำเลยรวมทั้ง อ. เจ้าของรวมอีกคนหนึ่งได้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 และ 1361 วรรคสองจำเลยไม่อาจเลือกปฏิบัติการชำระหนี้ตามลำพังตนเองโดยปราศจาก ความยินยอมของโจทก์ได้คดีเนื่องมาจาก ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องให้โจทก์คืนการครอบครองที่ดินพิพาทแก่จำเลย เมื่อเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้ว ให้โจทก์ชำระค่าเช่าเป็นเงิน 8,720 บาท แก่จำเลยหากโจทก์ไม่ส่งมอบการครอบครองคืนให้ชำระค่าเสียหายจำนวน 20,000 บาท ต่อหนึ่งฤดูกาลทำนาจนกว่าโจทก์จะส่งมอบที่ดินพิพาทแก่จำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้โจทก์ โดยรับเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือจำนวน 95,000 บาท จากโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ถ้าจำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้โ