การดื่มเบียร์ครึ่งแก้วระหว่างทำงานล่วงเวลา ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงตามข้อบังคับที่ห้ามดื่มสุราหรือสิ่งมึนเมาในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่ต้องคำนึงถ
ข้อบังคับที่ห้ามดื่มสุราหรือสิ่งมึนเมาในระหว่างปฏิบัติหน้าที่มีเจตนารมณ์เพื่อป้องกันภยันตรายล่วงหน้า โดยไม่ต้องพิจารณาปริมาณการดื่มหรือผลว่าสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ การรอให้เกิดความเสียหายก่อนจึงลงโทษจะทำให้มาตรการป้องกันไร้ประโยชน์
การกระทำของโจทก์เป็นการผิดระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีที่ร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลแรงงานกลางให้จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
โจทก์เป็นพนักงานขับรถยนต์รับส่งผู้บริหาร ดื่มเบียร์ครึ่งแก้วระหว่างเวลาทำงานล่วงเวลา (17-20 น.) ก่อนปฏิบัติหน้าที่ขับรถ จำเลยเลิกจ้างโดยอ้างข้อบังคับหมวด 7 ข้อ 3(4) ที่กำหนดให้การดื่มสุราสิ่งมึนเมาในระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นความผิดร้ายแรง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7770/2538นาย จุฬากรัณฑ์ ชัยนาโจทก์บริษัทโอซาก้าไดมอนด์ อินดัสตรีส์ (ประเทศ ไทย) จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (4)ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการทำงานของบริษัทจำเลยได้กำหนดเกี่ยวกับความผิดวินัยกรณีร้ายแรงไว้ตามหมวด7ข้อ3(4)ว่า"การดื่มสุราสิ่งมึนเมาหรือยาเสพติดในบริเวณบริษัทหรือในระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นความผิดร้ายแรง"เจตนารมณ์หรือวัตถุประสงค์ที่จำเลยได้กำหนดระเบียบข้อบังคับการทำงานดังกล่าวข้างต้นไว้เพราะจำเลยต้องการที่จะกำหนดเป็นมาตรการเพื่อป้องกันภยันตรายหรือความเสียหายซึ่งจะเกิดแก่พนักงานทุกคนหรือแก่ทรัพย์สินของจำเลยอันอาจจะเกิดขึ้นได้ไว้ล่วงหน้าเพราะการดื่มสุราหรือสิ่งมึนเมาก่อนให้เกิดความประมาทในขณะปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้งนี้จำเลยมิได้กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับการทำงานให้นำผลจากการดื่มมากดื่มน้อยเพียงใดหรือผลจากการดื่มแล้วยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่มาเป็นเกณฑ์มาพิจารณาถึงความร้ายแรงหรือไม่โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยในตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์รับส่งผู้บริหารของบริษัทจำเลยตั้งแต่เวลา17ถึง20นาฬิกาแม้ว่าจะอยู่ในระหว่างระยะเวลาทำงานล่วงเวลาแต่ก็ต้องถือว่าอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งและหน้าที่ที่โจทก์ปฏิบัติย่อมต้องใช้ความรับผิดชอบและความระมัดระวังสูงหากประมาทเลินเล่อย่อมนำมาซึ่งความเสียหายได้ทันทีดังนั้นหากปล่อยให้โจทก์ดื่มสุราหรือสิ่งมึนเมาจนถึงขั้นไม่สามารถปฏิบัติหน้าได้หรือมึนเมาจนก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นก่อนแล้วจึงถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงนายจ้างโดยทั่วไปหรือจำเลยก็ย่อมไม่ได้รับประโยชน์หรือความคุ้มครองในมาตรการที่ป้องกันภยันตรายที่จำเลยได้กำหนดไว้หรือตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มค