ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8154/2541

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์ซึ่งรับโอนที่ดินจากคนต่างด้าวที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้บุกรุกหรือไม่ และสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทยังคงมีอยู่แม้ประทานบัตรห

หลักกฎหมาย

แม้คนต่างด้าวได้ที่ดินมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อโอนที่ดินให้แก่โจทก์ซึ่งเป็นคนไทย โจทก์ย่อมมีสิทธิในที่ดินนั้นโดยสมบูรณ์ สิทธิตามประทานบัตรและสิทธิครอบครองในที่ดินเป็นสิทธิคนละส่วนแยกต่างหากจากกัน การมีสิทธิตามประทานบัตรไม่ทำให้สิทธิครอบครองที่มีอยู่เดิมหมดสิ้นไป และการหมดอายุของประทานบัตรไม่กระ

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองและบริวารรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ตามฟ้อง และห้ามจำเลยทั้งสองกับบริวารเกี่ยวข้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่โจทก์ได้รับโอนประทานบัตรมาจากบริษัท ซ. ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเมื่อปี 2514 โจทก์ได้ยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 2 ให้การและฟ้องแย้งว่าครอบครองที่ดินด้วยตนเองมากว่า 10 ปี โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองส่งมอบที่ดินพิ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8154/2541บริษัท งาน ทวี พี่น้อง จำกัดโจทก์นาย บุญ จริง แก้ว นา บอน กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1367 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 ป.ที่ดิน ม. 94ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่โจทก์ได้รับโอนประทานบัตรในการทำเหมืองแร่ มาจากบริษัท ซ.ซึ่งเป็นคนต่างด้าวเมื่อปี 2514 โจทก์ได้ยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา ดังนี้ แม้บริษัท ซ.ซึ่งเป็นคนต่างด้าวจะได้ที่ดินพิพาทมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่มิใช่ว่าการได้มาซึ่งที่ดินนั้นจะไม่มีผลเสียเลย กฎหมายเพียงแต่จำกัดสิทธิมิให้บริษัท ซ. ซึ่งเป็นคนต่างด้าวนั้นถือสิทธิหรือใช้สิทธิในที่ดินที่ได้มาอย่างเจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่ได้และต้องจำหน่ายที่ดินนั้นไปตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 94เมื่อบริษัท ซ. โอนสิทธิในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์โจทก์ผู้รับโอนย่อมมีสิทธิในที่ดินนั้นโดยสมบูรณ์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง สิทธิตามประทานบัตรซึ่งเป็นสิทธิในการทำเหมืองแร่นั้นเป็นสิทธิที่จะต้องบังคับตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510อันแตกต่างกับสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทซึ่งต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงเป็นสิทธิคนละส่วนแยกต่างหากจากกันได้ หาใช่ว่าหากผู้ใดมีสิทธิตามประทานบัตรแล้วจะไม่อาจมีสิทธิครอบครองในที่ดินตามประทานบัตรนั้นได้เลยไม่ มิฉะนั้นจะมีผลเป็นว่า ผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินแปลงใดโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แต่เดิมแล้ว หากต่อมาได้รับอนุญาตให้ทำเหมืองแร่ในที่ดินแปลงดังกล่าวจะทำให้สิทธิครอบครองซึ่งมีอยู่เดิมก่อนแล้วต้องหมดสิ้นไปด้วย ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่ผู้มีสิทธิครอบครองได้โอนการครอบครองติดต่อกันมาจนถึงโจทก์ซึ่งรับโอนทั้งสิทธิครอบครองและสิทธิตามประทานบัตรจากบริ