ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ADMIN 901/2542ร้อยตำรวจตรี หรือ จ่าสิบตำรวจ หรือ นาย สม พล พัฒนวิเชียรผู้ถูกกล่าวหา ป.วิ.พ. ม. 31การที่ผู้ถูกกล่าวหาไปพบผู้พิพากษา หัวหน้า ศาลชั้นต้นที่บ้านพักเพื่อขอร้องให้ช่วยปล่อยชั่วคราวหรือรอการลงโทษเพื่อต้องการช่วยเหลือ พ. ซึ่งเป็นหลานโดยไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาได้เสนอผลประโยชน์เป็นเงินแก่ ผู้พิพากษาหัวหน้า ศาลชั้นต้นแต่อย่างใด และเมื่อ ผู้พิพากษาหัวหน้า ศาลชั้นต้นปฏิเสธและแนะนำให้ไปปรึกษาทนายความ ผู้ถูกกล่าวหาก็กลับไปโดยดี ทั้งไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหา ได้กล่าวรับรองต่อ พ. ว่าศาลชั้นต้นจะให้ปล่อยชั่วคราวหรือตัดสินรอการลงโทษให้แต่อย่างใด ยิ่งไปกว่านั้นในชั้นฎีกา พ. ยังได้ทำบันทึกด้วยลายมือของตนเองยืนยันว่าตนไม่เคยให้เงินแก่ผู้ถูกกล่าวหาเพื่อให้ช่วยวิ่งเต้นคดีแต่อย่างใด ผู้ถูกกล่าวหาได้ช่วยเหลือโดยสุจริตใจเพราะเป็นญาติกัน โดยมีศักดิ์ เป็นอาและด้วยความสงสารลูกของ พ. จึงเห็นได้ว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหานั้นกระทำไปโดยสุจริตด้วยเจตนา ที่จะช่วยเหลือ พ. ซึ่งเป็นญาติกันตามสมควร ทั้งไม่ปรากฏว่าได้เรียกร้องหรือรับผลประโยชน์ เป็นเงินตอบแทนแต่อย่างใด จึงมิใช่เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1)คดีสืบเนื่องมาจาก นางเพ็ญศรีหรือติ๋ว สำลีว่องหรือคนสุภาพถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 442/2541 หมายเลขแดงที่ 467/2541 ของศาลชั้นต้น ในข้อหาความผิดเกี่ยวกับเงินตราศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2541 ลงโทษจำคุกนางเพ็ญศรี 3 ปี ในวันดังกล่าวนายดาบตำรวจพยัพตั้งอั้น ทำหน้าที่หัวหน้าตำรวจและรักษาความปลอดภัยประจำศาลจังหวัดหลังสวน ขณะกำลังคุมตัวนางเพ็ญศรีออกจากห้องพิจารณาเพ