ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2542

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากจำเลยตามสัญญาจ้างก่อสร้าง

หลักกฎหมาย

เมื่อโจทก์เลือกเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายใหม่ โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกเก็บภาษีขายจากจำเลย แม้ในขณะยื่นใบเสนอราคาภาษีที่ต้องเสียคือภาษีการค้า และพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 249) พ.ศ. 2535 ไม่ได้ห้ามมิให้เลือกเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

คำวินิจฉัย

โจทก์มีสิทธิเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากจำเลย พิพากษาให้จำเลยชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 28,911,736.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวตามงวดนับแต่วันที่โจทก์ได้รับค่าจ้างในแต่ละงวดจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2541) รวมทั้งสิ้นแล้วต้องไม่เกิน 2,933,197.93 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ยื่นใบเสนอราคาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2534 ซึ่งขณะนั้นภาษีที่ต้องเสียคือภาษีการค้า ต่อมามีการเปลี่ยนมาใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 โจทก์เลือกเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและแจ้งให้จำเลยทราบเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2535

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 971/2542บริษัท เบ็ญจมาศ จำกัดโจทก์กองบัญชาการทหารสูงสุดจำเลย ป.รัษฎากร ม. 82/3 พ.ร.ก.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ.2534 พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 249) พ.ศ.2535 จำเลยกำหนดให้โจทก์กรอกรายละเอียดต่าง ๆ รวมทั้ง ค่าภาษีอากรไว้ในใบเสนอราคาเมื่อปรากฏว่าขณะโจทก์ ยื่นต่อจำเลย ภาษีที่โจทก์ต้องเสียคือภาษีการค้า ดังนั้น ภาษีที่โจทก์ระบุไว้จึงเป็นภาษีการค้า ครั้นภายหลังมีการ ตรา พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30)ฯมาใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2535 โดยให้ยกเลิก ภาษีการค้าและให้ใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มแทน แม้รัฐบาลได้ตรา พระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วย การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 249) พ.ศ. 2535 ออกมาให้สิทธิโจทก์ที่ยื่นใบเสนอราคาให้บริการกับกระทรวง ทบวง กรม หรือราชการส่วนท้องถิ่นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2535 มีสิทธิที่จะเลือกเสียภาษีการค้าตามกฎหมายเดิมก็ได้ แต่ก็มิได้ห้ามมิให้โจทก์เลือกเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉะนั้นเมื่อ โจทก์เลือกเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกเก็บ ภาษีขายจากจำเลยโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินภาษีมูลค่าเพิ่มและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ รวมเป็นเงิน 31,844,934.72 บาทกับชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน28,911,736.79 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกให้จำเลยชำระค่าภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่โจทก์อีกรวมทั้งดอกเบี้ยด้วย ขอให้พิพากษายกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระภาษีมูลค่าเพิ่มจำนวน 28,911,736.79 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวตามงวดนั