ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1041/2542บริษัท นิวไลน์มาร์เก็ตติ้ง จำกัดโจทก์นาย มนตรี ไพทยะทัตย์จำเลย ป.อ. ม. 56, ม. 173 ป.วิ.อ. ม. 2 (4), ม. 192โจทก์ที่ 1 เป็นเจ้าของสถานที่ที่จำเลยแจ้ง โจทก์ที่ 2เป็นกรรมการผู้จัดการผู้มีอำนาจทำการแทนโจทก์ที่ 1แม้จำเลยจะแจ้งถึงสถานที่ไม่ได้ระบุถึงโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 แต่สถานที่ไม่มีสถานะเป็นบุคคลแม้จะมีบุคคลอื่นอยู่ในสถานที่ นั้นอีกหลายคน แต่หากมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่จริงโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ครอบครองสถานที่จะต้องรับผิดชอบ โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 จึงเป็นผู้เสียหายฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173 และไม่ถือว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงในฟ้อง จำเลยประกอบอาชีพเป็นทนายความเป็นผู้มีความรู้ทางกฎหมาย กระทำการอันเป็นความผิดต่อกฎหมายเสียเองแล้วไม่สำนึกผิด กลับต่อสู้คดีวกวนกล่าวโทษผู้อื่น จึงไม่สมควรกำหนดโทษ ให้เบาลงอีก แต่จำเลยกระทำไปก็โดยมุ่งหมายให้สำเร็จประโยชน์ ในงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษ จำคุกมาก่อน ประกอบกับจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 เป็นที่พอใจแล้วและไม่ติดใจ เอาความกับจำเลย สมควรรอการลงโทษจำคุกโจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ในฐานะส่วนตัวค้าของผิดกฎหมายและมีของผิดกฎหมายไว้ในครอบครอง แล้วจำเลยนำเจ้าพนักงานตำรวจ 3 นายพร้อมหมายค้น ไปตรวจค้นที่บริษัทโจทก์ที่ 1 เพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมโจทก์ที่ 2 เมื่อตรวจค้นแล้วไม่ปรากฏว่ามีสิ่งของใดผิดกฎหมาย ซึ่งจำเลยรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นข้อความอันเป็นเท็จ แต่ยังนำไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนเพื่อแกล้งโจทก์ทั้งสองให้ได้