พนักงานรัฐวิสาหกิจที่เกษียณอายุไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 และข้อบังคับของจำเลยที่ให้ถือว่าเงินบำเหน็จเป
พนักงานรัฐวิสาหกิจที่พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุเกษียณอายุไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามข้อ 47 วรรคหนึ่งแห่งระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. 2534 แต่มีสิทธิได้รับเงินเพื่อตอบแทนความชอบในการทำงานตามข้อ 47 วรรคหนึ่ง และข้อบังคับของรัฐวิสาหกิจที่ให้ถือว่าเงินบำเหน็จเป็นการจ่ายค่าชดเชยแล้วสอดคล้องกับข้
จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยจำนวน 121,920 บาท แก่โจทก์
โจทก์เป็นพนักงานของจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ พ้นจากตำแหน่งเพราะเกษียณอายุ ทำงานมา 19 ปีเศษ จำเลยมีข้อบังคับให้ถือว่าเงินบำเหน็จที่จ่ายให้ผู้เกษียณอายุเป็นการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานแล้ว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1245/2542นาง ปทุมา ศิล ปีโจทก์องค์การอุตสาหกรรม ห้องเย็นจำเลย ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534 ข้อ 47โจทก์พ้นจากการเป็นพนักงานของจำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ เพราะเหตุเกษียณอายุจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามระเบียบ คณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของ สิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2534 ข้อ 47 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้ นอกเหนือจากเงินบำเหน็จก็พอจะแปลคำฟ้องได้ว่า โจทก์ประสงค์ จะได้รับเงินเพื่อตอบแทนความชอบในการทำงานดังกล่าว แต่เนื่องจากตามข้อบังคับของจำเลยว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ ของผู้ปฏิบัติงานองค์การอุตสาหกรรมห้องเย็น (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2524 ข้อ 9 วรรคท้าย กำหนดว่า เงินบำเหน็จที่จำเลยจ่ายให้แก่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเกษียณอายุตามข้อบังคับนี้ให้ถือว่าเป็นการจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงานด้วยแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีระเบียบข้อบังคับในการจ่ายเงินค่าชดเชยกรณีพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุเกษียณอายุ และให้ถือว่าเงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของเงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนความชอบในการทำงาน สอดคล้องกับ ข้อ 47 วรรคสองแห่งระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ดังกล่าวข้อบังคับของจำเลยจึงไม่ขัดต่อกฎหมายและมีผลใช้บังคับได้จำเลยชอบที่จะจ่ายเงินบำเหน็จให้ตามสิทธิของโจทก์เพียงจำนวนเดียวโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 180 วัน และเงินบำเหน็จเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายคูณด้วยจำนวน 20 ปีที่ทำงานแก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จ 406,400 บาทและค่าชดเชย 121,920 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7