ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1297/2542บริษัท ไดเนอร์สค ลับ ( ประเทศ ไทย ) จำกัดโจทก์นาย ขจร เรเชียง แสน กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 295, ม. 369ใบสมัครสมาชิกบัตรเสริมที่ออกโดยบริษัทโจทก์แบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน และข้อความที่ระบุถึงความรับผิดนั้นอยู่ในส่วนประวัติสมาชิกบัตรหลัก และมีผู้ลงชื่อเพียงสมาชิกบัตรหลักคือจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ขออนุมัติเท่านั้น คงปรากฏลายมือชื่อจำเลยที่ 2 เฉพาะในส่วนที่เป็นประวัติของผู้สมัครบัตรเสริมเท่านั้น ซึ่งมิได้มีข้อความใดระบุว่าผู้สมัครบัตรเสริมคือจำเลยที่ 2 ได้ตกลงยินยอมถึงขนาดยอมตนเข้ารับผิดร่วมกับความรับผิดของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสมาชิกบัตรหลักด้วย ทั้งข้อบังคับของสมาชิกภาพก็หามีข้อความใด ๆ ที่จะแปลความถึงขนาดให้มีผลถึงการรับรู้หรือผูกพันจำเลยที่ 2 ให้ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ไม่ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินคืนให้โจทก์โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 สมัครเข้าเป็นสมาชิกบัตรสินเชื่อไดเนอร์สคลับกับโจทก์และโจทก์ตกลงรับจำเลยที่ 1 เข้าเป็นสมาชิก จำเลยที่ 1 ตกลงจะปฏิบัติตามเงื่อนไข ระเบียบข้อบังคับที่โจทก์ออกข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้บัตร และตกลงด้วยว่าเมื่อโจทก์ออกเงินชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 ไปแล้ว จำเลยที่ 1 จะชำระคืนแก่โจทก์ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ระบุในใบแจ้งยอดหนี้รายเดือนหากจำเลยที่ 1 ผิดนัดยอมเสียค่าธรรมเนียมให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 3.5 ต่อเดือน ของยอดหนี้ค้างชำระ โจทก์ออกบัตรหมายเลข3613-444527-0007 ให้แก่จำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 1 ขอให้โจทก์รับจำเลยที่ 2 เข้าเป็นสมาชิกบัตรเสริมและให้โจทก์ออกบัตรเสริมแก่จำเลยที่ 2 โดยตกลงผูกพันตนเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ตามยอดหนี้ที่เกิดขึ้นจากการใช้บัตรโดยยอมรับผิดร่วมกันอย่างลูกหนี้ร่วม โจทก์ออก