ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2542

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ และสิทธิในการได้รับโบนัสและเงินเพิ่มค่าจ้าง

หลักกฎหมาย

หลักเกณฑ์การพิจารณาเรื่องการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 ศาลต้องพิจารณาว่ามีสาเหตุแห่งการเลิกจ้างหรือไม่ และมีเหตุเพียงพอแก่การเลิกจ้างหรือไม่เป็นสำคัญ แม้การเลิกจ้างนั้นจะเป็นเหตุให้ลูกจ้างเดือดร้อน หากเป็นความจำเป็นทางด้านนายจ้างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เพื่อให้กิจการของนายจ้างยังคงดำรงอยู่ต่อไป

คำวินิจฉัย

การเลิกจ้างโจทก์ทั้งสิบหกเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและความจำเป็นทางด้านนายจ้างเพื่อให้กิจการดำรงอยู่ต่อไป เป็นสาเหตุที่จำเป็นและเพียงพอแก่การเลิกจ้าง ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โจทก์ทั้งสิบหกไม่มีสิทธิได้รับค่าเสียหายตามฟ้อง โจทก์ทั้งสิบหกไม่มีสิทธิได้รับโบนัสเพราะสิ้นสภาพการเป็นพนักงานก่อนวันครบกำหนดจ่ายโบนัส โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 5 ไม่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มค่าจ้างเพราะจำเลยไม่จงใจผิดนัด พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสิบหกเพราะประสบภาวะเศรษฐกิจ ลูกค้าลดการสั่งซื้อ ทำให้การผลิตลดลง ต้องลดอัตรากำลังคนให้พอเหมาะแก่ปริมาณงานที่แท้จริง ก่อนเลิกจ้าง จำเลยได้คัดเลือกโจทก์ทั้งสิบหกออกจากงานตามหลักเกณฑ์ที่ทุกฝ่ายยอมรับ โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือกลั่นแกล้ง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2542นาง ลัด ดา ศิริ มงคล กับพวกโจทก์บริษัท สยาม แซ็กเซิล จำกัดจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม. 5, ม. 10 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31หลักเกณฑ์การพิจารณาเรื่องการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 49 ศาลต้องพิจารณาว่ามีสาเหตุแห่ง การเลิกจ้างหรือไม่ และมีเหตุเพียงพอแก่การเลิกจ้างหรือไม่ เป็นสำคัญ แม้การเลิกจ้างนั้นจะเป็นเหตุให้ลูกจ้างเดือดร้อน หากเป็นความจำเป็นทางด้านนายจ้างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ได้เพื่อให้กิจการของนายจ้างยังคงดำรงอยู่ต่อไป โดยหวังว่า กิจการของนายจ้างจะมีโอกาสกลับฟื้นคืนตัวได้ใหม่ย่อม เป็นสาเหตุที่จำเป็นและเพียงพอแก่การเลิกจ้างแล้วกรณีไม่อาจถือได้ว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ระเบียบข้อบังคับกำหนดว่า จำเลยจะจ่ายโบนัสแก่พนักงานในวันที่ 15 กรกฎาคม และวันที่ 15 มกราคม ของปีถัดไปโดยไม่มีข้อความว่าจะจ่ายให้แก่พนักงานที่พ้นสภาพการเป็นพนักงานก่อนวันดังกล่าว ซึ่งหมายความว่า พนักงานที่มีสิทธิได้รับโบนัสจะต้องมีตัวอยู่ในวันครบกำหนดจ่ายโบนัสด้วย วันที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คเงินเดือนรวมกับเงินอื่นพร้อมที่จะจ่ายให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่ยอมลงลายมือชื่อรับเงินเพราะเกรงจะเป็นการสมัครใจลาออกจากงานนั้น เป็นกรณีที่จำเลยขอปฏิบัติการชำระหนี้โดยชอบแล้วแต่โจทก์ปฏิเสธไม่ยอมรับชำระหนี้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจผิดนัดไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์โดยปราศจากเหตุอันสมควรแม้จำเลยจะไม่นำเงินดังกล่าวไปมอบไว้แก่อธิบดีหรือผู้ซึ่ง อธิบดีมอบหมายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง ก