การกระทำของลูกจ้างที่ทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชาในเวลาทำงานและสถานที่ทำงาน ถือเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่
การที่ลูกจ้างทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชาต่อหน้าพนักงานอื่นและบุคคลภายนอกในเวลาทำงานและในสถานที่ทำงานของนายจ้าง ย่อมทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายต่อภาพพจน์และการปกครองบังคับบัญชาพนักงานในองค์กร การกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมข
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางที่พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ซึ่งเป็นหัวหน้าภาค (ตำแหน่งบังคับบัญชาสูงสุดของสาขา) ชกนายวิชัยผู้ใต้บังคับบัญชาที่แขนหนึ่งที เกิดรอยช้ำแดงหายได้ภายใน 4 ชั่วโมง โดยกระทำขณะนายวิชัยกำลังปฏิบัติหน้าที่ในเวลางานและภายในบริเวณบริษัทจำเลย ต่อหน้าพนักงานอื่นและบุคคลภายนอก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1904/2542นาย สิน ธ์ชัย สุวพรโจทก์บริษัท เสริม สุข จำกัด ( มหาชนจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)โจทก์ชก ว. ที่แขนหนึ่งที เกิดรอยช้ำแดงหายได้ภายใน 4 ชั่วโมง โจทก์กระทำผิดขณะ ว. กำลังปฏิบัติหน้าที่ในเวลางานและภายในบริเวณบริษัทจำเลยซึ่งผิดระเบียบข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำงานเป็นกรณีร้ายแรง การที่โจทก์ได้ทำร้าย ร่างกาย ว.ผู้ใต้บังคับบัญชาต่อหน้าพนักงานอื่นและบุคคลภายนอกในเวลาทำงานและในสถานที่ทำงานของจำเลยย่อมทำให้จำเลยได้รับความเสียหายต่อภาพพจน์และการปกครองบังคับบัญชาพนักงานในองค์กรของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมของนายจ้างเป็นกรณีที่ร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุกระทำความผิดมึนเมาทำร้ายร่างกายผู้อื่นในบริษัทหรือในเวลาทำงาน เป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายซึ่งไม่เป็นความจริง โจทก์ไม่ได้กระทำความผิด ถือว่าเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งเดิม อัตราค่าจ้างและสวัสดิการเท่าเดิมพร้อมทั้งนับอายุงานต่อเนื่อง หากไม่สามารถรับกลับเข้าทำงานให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 308,810 บาทจำเลยให้การว่า โจทก์มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าภาค อันเป็นตำแหน่งบังคับบัญชาสูงสุดของสาขากำแพงเพชร แต่กลับประพฤติตนไม่เหมาะสมต่อหน้าพนักงานและบุคคลภายนอก ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความผิดตามข้อตกลงสภาพการจ้างข้อ 11.1(5) 11.3(1)(11) อันเป็นความผิดร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องเตือนล่วงหน้าแล