ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1944/2542

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1944/2542บริษัท เลิศ ดี จำกัดโจทก์บริษัท นำ สิน ประกันภัย จำกัด ( มหาชนจำเลย ป.พ.พ. ม. 869กรมธรรม์ประกันภัยที่กำหนดเงื่อนไขให้ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งให้ผู้รับประกันภัยทราบถึงการสูญหายหรือเสียหายในทันทีและภายใน 15 วัน นับแต่วันเกิดการสูญเสียหรือเสียหาย มิฉะนั้นผู้รับประกันภัยจะไม่รับพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ถือว่าเป็นข้อสาระสำคัญแห่งสัญญา แม้บริษัทผู้รับประกันภัยจำเลยจะไม่ยกเงื่อนไขเป็นข้อต่อสู้ในการเจรจาประนีประนอม แต่ก็หาได้ตัดสิทธิจำเลยที่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาลไม่ เมื่อโจทก์มีหนังสือแจ้งค่าเสียหายให้จำเลยทราบเพียงครั้งเดียว โดยค่าเสียหายก่อนหน้านั้นโจทก์มิได้แจ้งให้จำเลยทราบ กรณีจึงมิได้เป็นตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัย จำเลยมีสิทธิที่จะไม่รับพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายที่เกิดขึ้นในครั้งก่อน ๆ ได้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 425,370 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่าโจทก์มิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของสัญญากรมธรรม์ประกันภัยโดยมิได้แจ้งให้จำเลยทราบเป็นหนังสือถึงเหตุของการเสียหายของกำแพงรั้วที่เอาประกันภัยภายใน 15 วันนับแต่วันเกิดเหตุในแต่ละคราว เป็นเหตุให้จำเลยเสื่อมสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำละเมิด จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 371,250 บาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นแก่วัตถุที่จำเลยรับประกันภัยตามธรรมดาผู้รับประกันภัยต้องรับผิด เว้นแต่จะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขในกรมธรรม์การที่จำเลยปฏิเสธไม่ยอมรับผิดในค่าเสียหาย