ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2130/2542นาย ชัยพร อิทธิพานิชพงศ์โจทก์นาย สรรเสริญ นภาพรจำเลย ป.พ.พ. ม. 226, ม. 296เดิมโจทก์จำเลยถูก ม. ฟ้องขับไล่ออกจากอาคารและที่ดินพิพาท ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่โจทก์ และบริวาร และให้จำเลยรื้อถอนอาคาร ในคดีดังกล่าว จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี แต่ให้การว่าจำเลยยินยอม รื้อถอนอาคารพิพาทออกจากที่ดิน แต่มีเหตุขัดข้องเนื่องจาก โจทก์ไม่ยอมขนย้ายออกจากอาคารพิพาท เมื่อศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาก็มีเพียงโจทก์ที่อุทธรณ์ฎีกา ความเสียหาย เกิดขึ้นในคดีดังกล่าวโจทก์จึงเป็นผู้ก่อขึ้นเพียงฝ่ายเดียว จะใช้บังคับให้จำเลยร่วมรับผิดกับโจทก์อย่างลูกหนี้ร่วม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 296 ได้ก็ต่อเมื่อ จำเลยมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นด้วยเท่านั้นโจทก์ฟ้องว่า เดิมนายมนู ใจเย็น ฟ้องโจทก์และจำเลยเป็นคดีแพ่ง และศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกไปจากอาคารเลขที่ 604 ให้จำเลยรื้อถอนอาคารดังกล่าวออกไป พร้อมส่งมอบที่ดินคืนนายมนูในสภาพเรียบร้อยหากไม่ดำเนินการให้นายมนูรื้อถอนเองโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้โจทก์และจำเลยร่วมกันชำระเงิน 15,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ5,000 บาท ต่อมาโจทก์นำเงิน 15,000 บาท กับค่าเสียหาย350,000 บาท ชำระหนี้แก่นายมนูหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ร่วมจำเลยจึงต้องรับผิดกึ่งหนึ่ง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 182,500 บาทให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า ค่าเสียหายตามคำฟ้องโจทก์ฝ่ายเดียวเป็นผู้ก่อ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน182,500 บาท ให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้น