ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2168/2542
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2168/2542บริษัท วิริยะ ประกันภัย จำกัดโจทก์นาย อนุรักษ์ เอก สิน ชลจำเลย ป.วิ.อ. ม. 146 ป.วิ.พ. ม. 84แม้จะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องจำเลยในทางอาญา ก็เป็นเรื่องที่พนักงานอัยการมีความเห็นสั่งสำนวนไปตาม พยานหลักฐานเท่าที่ปรากฏในสำนวนการสอบสวนจะนำมารับฟังเป็นที่ยุติในชั้นพิจารณาของศาลในคดีแพ่งไม่ได้ว่าจำเลย ไม่ได้กระทำละเมิด เมื่อพยาน หลักฐานโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐาน ของจำเลย โจทก์ย่อมเป็นฝ่ายชนะคดีโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์จากนายชลวิทย์ สิทธิสุทธิ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2536จำเลยได้ลักรถยนต์ของนายชลวิทย์ไปโจทก์ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้รับผลประโยชน์เป็นเงิน 1,500,000 บาท โจทก์จึงเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากผู้เอาประกันภัย ขอให้จำเลยคืนรถยนต์ยี่ห้อเบ็นซ์ 230 อี หมายเลขทะเบียน 6อ-4333 กรุงเทพมหานครหรือใช้ราคาเป็นเงิน 1,577,043 บาท แก่โจทก์ และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 1,500,000 บาทนับจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ลักรถยนต์ยี่ห้อเบ็นซ์ หมายเลขทะเบียน 6อ-4333 กรุงเทพมหานคร ของนายชลวิทย์ สิทธิสุทธิ์ซึ่งเอาประกันภัยไว้กับโจทก์แต่อย่างใด โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่า จำเลยเป็นคนลัก และขณะนายชลวิทย์แจ้งความร้องทุกข์ก็ไม่ได้ระบุว่า จำเลยเป็นคนลักในคดีอาญาตามทางสอบสวนก็ไม่ได้ความว่าจำเลยเป็นคนลักรถยนต์ทั้งพนักงานอัยการมีความเห็นโดยสั่งไม่ฟ้องจำเลยแล้วปล่อยตัวจำเลยพ้นข้อหาไป ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมาโดยคู่ความมิได้ฎีกา