ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2444/2542นาย สม ภพ ชาวไร่โจทก์นาง ศรีสุดา ตรี สุวรรณจำเลย ป.วิ.พ. ม. 179 (3), ม. 180, ม. 195แม้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นคดีมโนสาเร่และยังไม่เปลี่ยนแปลงคำสั่งขณะจำเลยยื่นคำร้อง แต่จำเลย ยื่นคำให้การเป็นหนังสือไว้แล้วก่อนหน้านั้น เมื่อไม่มี บทบัญญัติกฎหมายกำหนดโดยเฉพาะในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ลักษณะ 2 หมวดที่ 1 ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ ก็ไม่ใช่ว่าจะมีสิทธิแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การเป็นอย่างใด หรือเมื่อไรก็ได้ตามต้องการ แต่ต้องนำบทบัญญัติในคดีสามัญมาใช้บังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 195 คือการแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในกรณีนี้อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 179(3),180 เมื่อคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวโดยยื่นในวันเดียวกันกับวันสืบพยานโจทก์ทั้งไม่ปรากฏเหตุที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนหรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือผิดหลงเล็กน้อยแต่อย่างใด คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตและยกคำร้องจึงชอบแล้วโจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ให้ขับไล่จำเลยและบังคับรื้อถอนบ้านออกไป พร้อมทั้งชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าส่งมอบที่ดินคืนให้โจทก์แล้วเสร็จศาลชั้นต้นรับฟ้องให้ดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดีมโนสาเร่โดยนัดจำเลยยื่นคำให้การและนัดสืบพยานโจทก์จำเลยให้การว่า นายสีราช ชาวไร่ ยกที่ดินพิพาทให้แก่นายป้อม พรมสุด ปลูกบ้านเลขที่ 98/1 นายป้อมขายที่ดินพิพาทและบ้านเลขที่ 98/1 แก่นางองุ่นมารดาจำเลยเมื่อปี 2508 นางองุ่นให้ที่ดินพิพาทและบ้านแก่จำเลยเมื่อปี 2532 จำเลยเป็นเจ้าของไม่ใช่อาศัย