ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2444/2542

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2444/2542นาย สม ภพ ชาวไร่โจทก์นาง ศรีสุดา ตรี สุวรรณจำเลย ป.วิ.พ. ม. 180, ม. 195แม้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นคดีมโนสาเร่และยังไม่เปลี่ยนแปลงคำสั่งขณะจำเลยยื่นคำร้อง แต่จำเลยยื่น คำให้การเป็นหนังสือไว้แล้วก่อนหน้านั้น เมื่อไม่มีบทบัญญัติ กฎหมายกำหนดเรื่องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำให้การไว้ โดยเฉพาะในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ลักษณะ 2 หมวดที่ 1 ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีมโนสาเร่ก็ต้องนำบทบัญญัติ ในคดีสามัญมาใช้บังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 195 ซึ่งมาตรา 179(3),180 บัญญัติถึงกรณีที่ไม่มี การชี้สองสถานต้องยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันเว้นแต่มีเหตุตามที่ระบุไว้ เมื่อคำร้องขอแก้ไข เพิ่มเติมคำให้การของจำเลยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว โดยยื่นในวันเดียวกันกับวันสืบพยานโจทก์ ทั้งไม่ปรากฏเหตุที่ ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อน หรือเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดหรือผิดหลงเล็กน้อย แต่อย่างใด ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะไม่อนุญาตและยกคำร้องของจำเลยได้โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ให้ขับไล่จำเลยและบังคับรื้อถอนบ้านออกไป พร้อมทั้งชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าส่งมอบที่ดินคืนให้โจทก์แล้วเสร็จศาลชั้นต้นรับฟ้องให้ดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างคดีมโนสาเร่โดยนัดจำเลยยื่นคำให้การและนัดสืบพยานโจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทไม่ใช่อาศัยโจทก์และคำฟ้องเคลือบคลุม คดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้อง ขอให้ยกฟ้องวันนัดสืบพยานโจทก์ซึ่งเลื่อนมาสองครั้ง จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การว่านายป้อม พรม