ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3348/2542

ประเด็นกฎหมาย

ข้อตกลงในสัญญากู้เงินที่กำหนดให้คิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเมื่อผิดนัด เป็นเบี้ยปรับตาม ป.พ.พ. มาตรา 379 และศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับตามมาตรา 383 วรรคหนึ่ง แต่ไม

หลักกฎหมาย

ดอกเบี้ยที่คิดเพิ่มขึ้นจากอัตราปกติเมื่อผิดนัดเป็นเบี้ยปรับตาม ป.พ.พ. มาตรา 379 แม้โจทก์เป็นสถาบันการเงินที่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยสูงสุดตามกฎหมายเฉพาะก็ตาม ศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับตามมาตรา 383 วรรคหนึ่ง แต่ไม่มีอำนาจงดเบี้ยปรับทั้งหมด

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 17.25 ต่อปี จากต้นเงิน 2,230,000 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกู้เงิน 2,230,000 บาท อัตราดอกเบี้ยปกติร้อยละ 16.25 ต่อปี ตกลงว่าหากผิดนัดให้คิดดอกเบี้ยเพิ่มเป็นร้อยละ 18.5 ต่อปี จำเลยไม่ชำระหนี้เลย ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16.25 ต่อปี เท่ากับอัตราปกติก่อนผิดนัด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3348/2542ธนาคาร ไทย พาณิชย์ จำกัด ( มหาชนโจทก์นาย ชเดนทรีย์ สมประสงค์จำเลย ป.พ.พ. ม. 383, ม. 654 พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 จำเลยเสียดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ในอัตราร้อยละ 16.25 ต่อปี หากจำเลยประพฤติผิดเงื่อนไขในสัญญาหรือผิดนัดไม่ชำระหนี้ จำเลยยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็นอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี จึงเป็นเรื่องที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่าหากจำเลยไม่ชำระหนี้ให้ ต้องตามความประสงค์อันแท้จริงแห่งมูลหนี้ จำเลยยอมให้โจทก์ คิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นได้ จึงเป็นเบี้ยปรับตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 เมื่อศาลเห็นว่า อัตราดอกเบี้ยอันเป็นเบี้ยปรับนั้นสูงเกินส่วนก็ปรับลดเป็นจำนวนพอสมควรได้ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ซึ่งเป็นสถาบันการเงินมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากลูกหนี้ ในอัตราสูงสุดตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยและ พระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ. 2523 โดยไม่อยู่ภายใต้บังคับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 654 ไม่ทำให้ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่กำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าไม่เป็นเบี้ยปรับ แต่ก็ไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจศาลที่จะงดเบี้ยปรับเสียทั้งหมด ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 16.25 ต่อปี จากต้นเงิน 2,230,000 บาท เท่ากับอัตราดอกเบี้ยสูงสุดสำหรับลูกค้าทั่วไป อันเป็นอัตราปกติที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ก่อนผิดนัด จึงมีผลเท่ากับเป็นการงดเบี้ยปรับที่จำเลยต้องรับผิดชำระ ให้โจทก์เสียทั้งสิ้น ไม่ต้องด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมาย ศาลฎีกา เห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องโจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยชำระเงิน 2,483,914.50 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอ