ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4542/2542นาย หัด ภู มั่น นาโจทก์นาง คำ ใบ ภูนี กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 150, ม. 1367 ป.ที่ดิน ม. 58 ทวิบ.ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาก่อนแล้วต่อมาทางราชการได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้ โดยมีข้อกำหนดห้ามโอนตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58 ทวิ โจทก์ผู้รับโอนที่ดินจาก บ. ในระหว่างระยะเวลาห้ามโอนจะได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทหรือไม่เพียงใดเมื่อครบกำหนดห้ามโอนแล้วนั้น ต้องแล้วแต่ข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้ยึดถือ ที่ดินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนหรือไม่ โจทก์เข้าครอบครองที่ดินพิพาทนับตั้งแต่ซื้อจาก บ. ตลอดมาแม้ในระหว่างระยะเวลาห้ามโอนโจทก์จะยังไม่ได้ สิทธิครอบครอง เนื่องจากถูกจำกัดโดยบทบัญญัติ มาตรา 58 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน แต่เมื่อโจทก์ยังครอบครองที่ดินพิพาท ตลอดมาจนล่วงเลยระยะเวลาห้ามโอนแล้วเป็นเวลานานถึง 10 ปีเศษและเสียภาษีบำรุงท้องที่ในนามของโจทก์ตลอดมา โดยไม่มีผู้อื่นเข้าไปยุ่งเกี่ยวแย่งการครอบครอง การครอบครองที่ดินพิพาท ของโจทก์จึงเป็นการยึดถือที่ดินพิพาทโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนโจทก์ย่อมได้ซึ่งสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1367โจทก์ฟ้องว่า บิดาจำเลยทั้งห้าขายที่ดิน 1 แปลง แก่โจทก์โดยตกลงว่าจะโอนให้โจทก์เมื่อทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามแผนที่รูปถ่ายทางอากาศแล้ว ในวันซื้อขายบิดาจำเลยทั้งห้าส่งมอบการครอบครองที่ดินให้โจทก์ และโจทก์เข้าทำประโยชน์เป็นเวลา 20 ปีเศษ โดยไม่มีผู้ใดเข้าเกี่ยวข้องจนกระทั่งบิดาจำเลยทั้งห้าถึงแก่ความตายโดยมิได้โอนที่ดินให้โจทก์ตามข้อตกลงต่อมาจำเลยทั้งห้าจดทะเบียนรับโอนมรดกที่ดินแปลงดังกล่าวและไม่ยอมจดทะเบียนโอนให้โจทก์ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการท