ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 33/2529นาย สันต์ สุธัญญพฤทธิ์โจทก์นาง จตุรพร นาคะเกศจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 จำเลยตกลงซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากโจทก์แต่ในวันทำสัญญาจำเลยชำระค่ามัดจำให้โจทก์ไม่ครบส่วนที่ขาดอยู่จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินให้โจทก์ไว้พร้อมทั้งออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวการออกเช็คพิพาทจึงเป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากการวางเงินมัดจำตามสัญญาซื้อขายเมื่อโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ยอมโอนที่ให้จำเลยการที่จำเลยสั่งระงับการจ่ายเงินตามเช็คพิพาทถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาทุจริตจึงไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ.โจทก์ฟ้องว่าจำเลยออกเช็คโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คโดยทุจริต ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อแรกว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดจากสำนวน ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบฟังได้ว่า โจทก์ตกลงขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้จำเลยในราคา 11,200,000 บาท ตกลงวางมัดจำในวันทำหนังสือสัญญาซื้อขายคือวันที่ 2 พฤษภาคม 2523 จำนวน 4,000,000 บาท จำนวนนี้ให้ชำระเป็นเงินสด 1,600,000 บาท ที่เหลือจ่ายเป็นเช็คเงินสด 3 ฉบับแต่ในวันทำสัญญาดังกล่าว จำเลยคงชำระเงินสดให้โจทก์เพียง 100,000บาท ที่ขาดอยู่ 1,500,000 บาท จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้โจทก์พร้อมทั้งทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2523 ให้โจทก์โจทก์นำเช็คพิพาทไปขึ้นเงินธนาคาร ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเนื่องจากจำเลยมีคำสั่งระงับการจ่าย ศาลอุทธรณ์ก็ฟังข้อเท็จจริงตาม