ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1980/2535นาย ดุษฎี สวัสดิ์ - ชู โตโจทก์ธนาคารออมสินจำเลย ป.พ.พ. ม. 166 เดิม ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46โจทก์เป็นผู้อำนวยการธนาคารจำเลยมีฐานะเป็นนายจ้างตามคำนิยาม"นายจ้าง" ในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2แต่ก็เป็นนายจ้างของพนักงานของจำเลยมิใช่เป็นนายจ้างของจำเลยฐานะระหว่างโจทก์และจำเลยนั้น โจทก์ก็เป็นผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่จำเลยเพื่อรับค่าจ้างของจำเลย โจทก์จึงเป็นลูกจ้างของจำเลยตามคำนิยาม "ลูกจ้าง" ในประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับดังกล่าว โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยย่อมมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยของจำนวนเงินค่าชดเชยนั้นในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันที่1 ตุลาคม 2528 ซึ่งเป็นวันเลิกจ้างเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2535สิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยเฉพาะส่วนที่นับจากวันที่ฟ้องย้อนหลังไปเกินกว่า 5 ปี จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 166โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า โจทก์มิได้เป็นลูกจ้างของจำเลย เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีคำสั่งแต่งตั้งโจทก์ให้มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสินมีอำนาจทำการต่าง ๆ แทนจำเลยในฐานะผู้จัดการธนาคารโดยโจทก์ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งอำนาจหน้าที่ของโจทก์แตกต่างจากลูกจ้างหรือพนักงานของจำเลยลูกจ้างหรือพนักงานของจำเลยต้องมีสัญญาเข้าทำงานและสัญญาค้ำประกันความเสียหาย แต่โจทก์ไม่มี โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าชดเชยสิทธิเรียกร้องดอกเบี้ยขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์เป็นเงิน 235,560 บาท พร้อมดอกเ