ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1987/2535นาง จินตนา อุดม ศิลป์โจทก์บริษัท โรงแรม โอเรียนเต็ล ( ประเทศ ไทย ) จำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 142 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47หนังสือเลิกจ้างระบุเหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพียง 2 ประการคือ โจทก์ยักยอกเงินของจำเลย โดยใช้ใบเสร็จของบริษัท อ. และโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการกู้ยืมเงิน พ. มิได้อ้างเหตุว่าโจทก์ยักยอกหรือโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นจำเลยจึงยกเหตุว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ยักยอกหรือโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในหนังสือเลิกจ้างขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไม่ได้ จำเลยหาได้เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุนั้นไม่ คดีจึงไม่มีประเด็นที่ศาลแรงงานกลางจะวินิจฉัยว่าโจทก์ยักยอกและโจทก์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบครั้งอื่นหรือไม่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และคืนเงินสะสมแก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ได้ยักยอกเงินทดรองจ่ายของฝ่ายบุคคล ซึ่งโจทก์เป็นผู้เก็บรักษายอดเงินที่ตรวจพบประมาณ 10,000 บาท โจทก์ใช้อำนาจหน้าที่พนักงานฝ่ายบุคคลของจำเลยบังคับและจูงใจเพื่อนพนักงานให้ใช้สิทธิกู้ยืมเงินสวัสดิการแล้วโจทก์รับเงินดังกล่าวไป สร้างความเดือดร้อนแก่พนักงานกว่า 10 คน โจทก์ได้ยักยอกเงินที่ได้รับมอบหมายจากผู้จัดการฝ่ายบุคคลให้เบิกจากแผนกบัญชีจำนวนประมาณ 300 บาท และโจทก์ได้ยักยอกเงินจากการขายหนังสือของห้องสมุดของจำเลยจำนวนประมาณ 1,500 บาท การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงมิใช่เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยได้หักเงินสะสมจากโจทก์