ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2246/2535นาง ล่วนกี่ แซ่เบ้า หรือ แซ่ลิ่ม หรือ นางฟู เหลียน จิผู้ร้องพนักงานอัยการ จังหวัด สงขลาผู้คัดค้าน พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ม. 57 พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2496 ม. 7 (3), ม. 17 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 ข้อ 1การที่ผู้ร้องแสดงตนและเอกสารต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองว่าเป็นบุคคลต่างด้าว หาทำให้ผู้ร้องหมดสิทธิที่จะพิสูจน์ความจริงว่าตนมีสัญชาติไทย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯมาตรา 57 ไม่ จึงไม่อาจยกเอาเหตุดังกล่าวโดยที่มิได้อ้างว่าเป็นคนมีสัญชาติไทยมาตัดสิทธิของผู้ร้องและยกคำร้องขอพิสูจน์สัญชาติได้ ผู้ร้องเกิดในประเทศไทยโดยบิดาเป็นคนต่างด้าว มารดาเป็นคนสัญชาติไทย ผู้ร้องได้สัญชาติไทยโดยการเกิด ตาม พ.ร.บ.สัญชาติฯ มาตรา 7(3) ผู้คัดค้านมิได้นำสืบว่าบิดาผู้ร้องเป็นผู้ที่ได้รับการผ่อนผัน ได้รับอนุญาต หรือเข้ามา ตามที่ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 337 ข้อ 1 บัญญัติไว้ ดังนี้ผู้ร้องจึงไม่ถูกถอนสัญชาติตามกฎหมาย การที่ผู้ร้องอยู่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และใช้สัญชาติจีน อันเป็นสัญชาติของบิดาตลอดมานั้น กรณีเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้สั่งถอนสัญชาติไทย.ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นคนสัญชาติไทยเกิดที่หมู่ที่ 3ตำบลท้องลำเจียก อำเภอเชียงใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2468 เรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 จากโรงเรียนสตรีประจำอำเภอปากพนัง เมื่อปี 2483 ต่อมาปี 2485 ได้แต่งงานอยู่กินกับนายสีเอ็ง แซ่ลิ่ม มีบุตรด้วยกัน 2 คน ปี 2490 ผู้ร้องและครอบครัวไปเยี่ยมญาติที่อำเภอปุนเซี้ยง จังหวัดกวางตุ้งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและพักอยู่อาศัยกับญาติชั่วคราวจนเกิดการปฏิวัติปิดประเทศตัดสัมพันธ์ทางกา