ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2535

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2535นาย ประพันธ์ อม ฤตโจทก์ธนาคาร เอเชีย จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46หลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยตามคำสั่งของนายจ้างที่ให้จ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างรวมถึงกรณีลาออก ทุพพลภาพ และถึงแก่กรรมด้วยนั้น แตกต่างจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน จึงเป็นเงินประเภทอื่นมิใช่ค่าชดเชย ดังนั้นเมื่อลูกจ้างเกษียณอายุนายจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างเท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวันโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุ โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์จำเลยให้การว่า เมื่อโจทก์เกษียณอายุ จำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยให้โจทก์ถูกต้องตามกฎหมายและคำสั่งที่ 6/2525 อันเป็นระเบียบข้อบังคับของจำเลยแล้ว จำเลยไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชยตามฟ้องให้โจทก์ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า คำสั่งของจำเลยที่ 6/2525 เรื่องกำหนดระยะเวลาจ้างตลอดจนกำหนดการจ่ายค่าชดเชยและเงินทดแทนให้แก่พนักงาน ให้คำนิยามคำว่า ค่าชดเชย หมายถึง จำนวนเงินตอบแทนที่ธนาคารจ่ายให้พนักงานที่ต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากการเลิกจ้างการมีอายุครบเกษียณ ลาออกโดยเหตุทำงานมานาน และตามข้อ 6 และ 6.2กำหนดว่า พนักงานที่ออกจากงานเพราะเหตุมีอายุครบเกษียณ เพราะสูงอายุ มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากธนาคาร โดยมีหลักเกณฑ์การคำนวณตามข้อ 13.2 และ 13.2.1 ซึ่งกำหนดว่า กรณีออกจากงานโดยเหตุมีอายุครบเกษียณตามข้อ 6.2 ให้คำนวณจ่ายค่าชดเชยให้เท่ากับเงินเดือนสุดท้ายคูณด้วยจำนวนปีที่ทำงานทั้งหมด เศษของปีถ้าเกินหกเดือนให้ถือเป็นหนึ่งปี ตามคำสั่งที่ 131/2533 เอกสารหมาย ล.2 ให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งหน้าที่เพราะเหตุเกษ