ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2535

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2826/2535นาย ประพันธ์ อม ฤตโจทก์ธนาคาร เอเชีย จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46หลักเกณฑ์การจ่ายค่าชดเชยตามคำสั่งของจำเลย เรื่อง กำหนดระยะเวลาจ้างตลอดจนกำหนดการจ่ายค่าชดเชยและเงินทดแทนให้แก่พนักงานนั้น รวมถึงกรณีลาออก ทุพพลภาพ และถึงแก่กรรมด้วย ซึ่งแตกต่างจากค่าชดเชยตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน เงินดังกล่าวจึงเป็นเงินประเภทอื่นมิใช่ค่าชดเชย ดังนั้นเมื่อโจทก์เกษียณอายุโดยมิได้กระทำความผิดจำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เข้าทำงานเมื่อวันที่18 มีนาคม 2495 ตำแหน่งสุดท้ายทำหน้าที่พนักงานเงินสด แผนกเงินสดได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 7,530 บาท ต่อมาวันที่ 1มีนาคม 2533 จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุเกษียณอายุ โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจำนวน 45,180 บาทแต่จำเลยไม่ยอมจ่าย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 45,180 บาทแก่โจทก์จำเลยให้การว่า เมื่อโจทก์เกษียณอายุ จำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยให้โจทก์ถูกต้องตามกฎหมายและคำสั่งที่ 6/2525 อันเป็นระเบียบข้อบังคับของจำเลยแล้ว จำเลยไม่จำต้องจ่ายค่าชดเชยตามฟ้องให้โจทก์ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยได้จ่ายค่าชดเชยให้โจทก์แล้วตามใบแจ้งเข้าบัญชีเอกสารหมาย จ.1 จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามฟ้องอีก พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงได้ความตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางว่า โจทก์เข้าทำงานกับจำเลยเมื่อวันที่18 มีนาคม 2495 ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 7,530 บาทต่อมาวันที่ 1 มีนาคม 2533 โจทก์เกษียณอายุโดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิด และจำเลยได้