ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3063/2535

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3063/2535จ่าสิบตำรวจ บัณฑิต วิชญกุ ลโจทก์นาย เสี่ยน สุข กระจ่าง กับพวกจำเลยจำเลยร่วมจำเลยกรมป่าไม้จำเลย ป.วิ.พ. ม. 57 (3) พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ม. 16 (1)โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปตัดต้นไม้และปลูกอาคารในที่ดินของโจทก์ ขอให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและให้ออกไปจากที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ จำเลยได้รับอนุญาตให้ครอบครองที่ดินพิพาท จึงเป็นการต่อสู้ว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ แต่เป็นที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ จำเลยอาศัยสิทธิของกรมป่าไม้ จำเลยจึงมีสิทธิที่จะร้องขอให้เรียกกรมป่าไม้เข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ ที่ดินพิพาทเดิมอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ต่อมาได้มีพ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือครอบครอง เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยยื่นคำร้องขอกับที่ดินพิพาทออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติหรืออุทยานแห่งชาติแล้ว การที่โจทก์เข้ายึดถือครอบครองที่ดินพิพาทจึงไม่ได้สิทธิครอบครอง แม้จะรับโอนมาจากผู้ที่ครอบครองอยู่ก่อนนานเท่าใดก็ตาม เมื่อโจทก์ไม่มีสิทธิครอบครอง ก็ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยซึ่งมารบกวนการครอบครองที่ดินพิพาท.โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องเป็นใจความว่า เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม2509 โจทก์ได้ซื้อที่ดินที่มีสิทธิครอบครองจากนางแต้ม มหาศรัทธา1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ ตั้งอยู่ที่เชิงเขาแหลมหญ้า หมู่ที่ 1ตำบลเพ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง หลังจากซื้อมาแล้วโจทก์ได้ครอบครองปลูกสร้างอาคารและเก็บผลไม้ในที่ตลอดมาต่อมาจำเลยกับพวกได้บุกรุกไปตัดต้นมะพร้าว 1 ต้น ราคา 500 บาทแล้วได้ปลูกอาคารและศาลพระภูมิขึ้นอย่างละ 1 หลัง โจทก์ได้แจ้