ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2511์ นางสาว บุศยา คุณวิ ศาลโจทก์ย กรมสรรพากร ที่ 1 กับพวก รวม 5 คนจำเลย ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496, (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2502การขายอสังหาริมทรัพย์ในทางการค้าก่อนวันที่ 5 พฤศจิกายน2502 ต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่ 10) พ.ศ.2496 มาตรา 40. ซึ่งต้องคำนึงถึงค่ารายปีของสถานที่ประกอบการค้าและเสียภาษีตามยอดเงินรายรับ.ส่วนการค้าตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2502 ตลอดมา ต้องพิจารณาตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่16) พ.ศ.2502 มาตรา 38. จึงไม่ต้องคำนึงถึงค่ารายปีหรือจำนวนเงินซึ่งสถานการค้าสมควรให้เช่าได้ในปีหนึ่งๆนั้นอีก.โจทก์ซื้อที่ดินเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2485 จำนวน6 โฉนด เนื้อที่ 39 ไร่ ราคา 113,996 บาท. ต่อมาปีเศษ โจทก์ยื่นคำร้องขอรวมที่ดินทั้งหมดนี้เข้าเป็นแปลงเดียวกัน. เมื่อเจ้าพนักงานจัดทำให้เสร็จแล้ว ได้ขอแบ่งแยกเป็นที่ดินแปลงย่อยๆ รวม 24 แปลง. โจทก์ตัดถนนผ่านที่ดินกว้าง 10 เมตร เป็นถนนคอนกรีตทำเสร็จเมื่อ พ.ศ.2496. และได้ขอต่อไฟฟ้าและน้ำประปาเข้าที่ดินทั้งหมด.และในปี พ.ศ.2496 นี้ ได้เริ่มขายที่ดินแปลงย่อยๆจนถึง พ.ศ.2504 จำนวน 20 แปลงเป็นเงิน 7,831,803 บาท. ตามพฤติการณ์เช่นนี้แสดงว่า โจทก์ประกอบธุรกิจการค้าหากำไรจึงมีหน้าที่เสียภาษีการค้าและภาษีเทศบาล.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อ พ.ศ. 2485 โจทก์ได้ซื้อที่ดินรวม 6 โฉนดเนื้อที่ 39 ไร่ราคา 93,000 บาท โจทก์จำเป็นต้องใช้เงิน จึงแบ่งขายที่ดินเป็นแปลง ๆ ด้วยเงินสด เริ่มแต่ พ.ศ. 2496-2504 โจทก์ขายที่ดินประมาณ 30 ไร่เศษ เหลืออีกประมาณ 6 ไร่ โจทก์เห็นว่าเป็นการขายของเดิมจึงไม่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีเทศบาล เจ้าหน้าที่สรรพากรให้โจท