การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ด้วยหรือไม่
เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องข้อหาฉ้อโกงครบองค์ประกอบ และจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลย่อมฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องทั้งสองฐาน
จำเลยมีความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 อีกฐานหนึ่งด้วย ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทุกประการ
จำเลยออกเช็คโดยไม่มีเงินในบัญชีและธนาคารปิดบัญชีแล้ว มอบเช็คให้ผู้เสียหายเพื่อชำระหนี้เงินกู้ ผู้เสียหายหลงเชื่อและมอบเงินให้จำเลย ต่อมานำเช็คไปขึ้นเงินไม่ได้ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 884/2512์ พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์ย นาย ชัยโรจ ไวทยาพิ ศาลจำเลย ป.อ. พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ป.วิ.อ. โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกงกับความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497มาตรา 3. โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยโดยทุจริตหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จปกปิดความจริงซึ่งควรต้องบอกให้แจ้งว่า. จำเลยไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้. ซึ่งความจริงในวันออกเช็คก็ดีวันสั่งจ่ายเงินตามเช็คก็ดี เงินในบัญชีของจำเลยไม่มีพอจ่าย ทั้งธนาคารก็ได้ปิดบัญชีจำเลยแล้ว. การหลอกลวงของจำเลยดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงได้มอบเงินให้จำเลยไป. ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ได้บรรยายข้อเท็จจริงในความผิดฐานฉ้อโกงไว้ครบถ้วนแล้ว. เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพผิดตามฟ้อง คดีจึงเป็นอันฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามโจทก์ฟ้องทั้งสองฐาน.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 12 ธันวาคม 2510 เวลา 18.00นาฬิกา ถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2511 เวลากลางวัน จำเลยกับพวกที่หลบหนีได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกระทง คือ ก. เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2510 เวลา 18.00 นาฬิกา จำเลยกับนางประคีน ไวทยาพิศาลภริยาของจำเลยซึ่งหลบหนีอยู่ ได้ร่วมกันออกเช็คของธนาคารกสิกรไทยจำกัด สาขาพรานนก ฉบับหมายเลขเอฟ. 1786294 สั่งจ่ายเงิน 10,000 บาท ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2511มอบให้กับนางประยูร บุญรอด ผู้เสียหาย เพื่อเป็นการชำระหนี้เงินกู้ครั้นถึงกำหนดวันสั่งจ่ายเงินตามเช็คนั้น ผู้เสียหายได้มอบเช็คดังกล่าวให้นายสฤษดิ์ บุญรอดไปรับเงินจากธนาคารกสิกรไทย จำกัดสาขาพรานนก ทางธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน อ้างว่าบัญชีปิดแล้วท