ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2512

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิของผู้เช่าในการได้รับเงินค่าทดแทนจากการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เมื่อสัญญาเช่าระงับไปก่อนหรือในขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าครอบครอง

หลักกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 มาตรา 11(3) เงินค่าทดแทนจะพึงกำหนดให้เฉพาะที่ผู้เช่าได้เสียหายโดยเหตุที่ต้องออกจากทรัพย์สินที่เช่า หากผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สินที่เช่าต่อไปจนเกินกำหนดระยะเวลาเช่า การเช่าได้ระงับไปแล้ว ผู้เช่าย่อมหมดสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทน

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความชั้นศาลฎีกาเป็นพับ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำสัญญาเช่าตึกแถวพิพาท 2 ฉบับรวมระยะเวลา 5 ปี แต่ไม่ได้จดทะเบียน ต่อมาทรัพย์สินถูกเวนคืน โจทก์ยื่นคำร้องขอค่าทดแทน แต่ยังคงครอบครองตึกแถวพิพาทตลอดมาจนเกินกำหนดระยะเวลาเช่า 5 ปี โดยไม่ยอมออกไป

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • มาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์พ.ศ.

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1119/2512์ นาย เคว้ง แซ่ลิ้ มโจทก์ย เทศบาล นคร กรุงเทพ โดย นาย ชำนาญ ยุ วบูรณ์ นายกเทศมนตรีจำเลย ป.พ.พ. พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497 ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2497มาตรา 11(3). ผู้เช่าที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างในที่ดินที่ต้องเวนคืน จะพึงได้รับเงินค่าทดแทนเฉพาะที่ผู้เช่าได้เสียหายจริง. โดยเหตุที่ต้องออกจากที่ดินโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างก่อนสัญญาเช่าระงับ.เมื่อระหว่างคดีที่โจทก์ฟ้องเจ้าหน้าที่เวนคืนเกี่ยวกับเงินค่าทดแทนในการที่โจทก์จะต้องออกจากตึกที่เช่า. โจทก์ได้อยู่ในตึกที่โจทก์เช่าตลอดมาจนเกินกำหนดระยะเวลาที่เช่าตามสัญญาเช่า. ซึ่งโจทก์อ้างว่ามีผลใช้บังคับได้แล้ว โจทก์ย่อมหมดสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทนเพราะการเช่าได้ระงับไปเสียแล้ว.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่าตึกแถวห้องเลขที่ 355/7 และห้องข้างเคียงรวม 1 ห้องครึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนมหาจักร ตำบลป้อมปราบ อำเภอป้อมปราบฯ จังหวัดพระนคร จากนางสาวบุตรีเจ้าของที่ดินโดยมีหนังสือสัญญาเช่าซึ่งโจทก์ให้นางฮุ้ยเกียง แซ่ตั้ง ภรรยาลงชื่อเป็นผู้เช่าแทน ต่อมาได้มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ในท้องที่ตำบลป้อมปราบ อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย จังหวัดพระนคร พ.ศ.2506กำหนดเวนคืนที่ดินสิ่งปลูกสร้างตึกแถวดังกล่าว และเทศบาลนครกรุงเทพได้มีประกาศลงวันที่ 18 มกราคม 2508 ให้รื้อถอนอาคารในที่เวนคืนเนื่องจากสัญญาเช่าของโจทก์ยังไม่ครบกำหนด โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่สทดแทนตามมาตรา 10 และ 11 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2497 ซึ่งโจทก์ขอคิดเป็นเงินเพียง 20,000 บาทจำเลยเป็นเจ้าหน้าที่เวนคืนฯ ไม่ยอมให้เงินค่าทดแทนแก่โจทก์กลับมี