การกระทำของจำเลยที่ 2 ที่ร้องบอกให้จำเลยที่ 1 ยิงซ้ำ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ทำตาม แล้ววิ่งหนีไปด้วยกัน ไม่เป็นความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าหรือเป็นผู้สนับสน
การที่จำเลยที่ 1 ยิงผู้เสียหายโดยลำพัง และจำเลยที่ 2 เพียงร้องบอกให้ยิงซ้ำแต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ทำตาม แล้ววิ่งหนีไปด้วยกัน ยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดหรือเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2
จำเลยทั้งสองกับพวกมาที่บ้านผู้เสียหายด้วยกัน แต่จำเลยที่ 1 หยุดห่างผู้เสียหาย 4 เมตร ส่วนจำเลยที่ 2 กับพวกเดินเลยบ้านผู้เสียหายไป 10 วาแล้วหยุด จำเลยที่ 1 ยิงผู้เสียหายโดยลำพัง จำเลยที่ 2 ร้องบอกให้ยิงซ้ำ แต่จำเลยที่ 1 ไม่ได้ทำตาม กลับวิ่งหนี แล้วจำเลยทั้งสองกับพวกก็พากันหนีไป ผู้เสียหายไม่ตายเพราะก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1134/2512์ พนักงานอัยการ จังหวัด ตรังโจทก์ย นาย สมคิด รอบคอบ ที่ 1 นาย เหลือ นวล แก้ว ที่ 2จำเลย ป.อ. จำเลยทั้ง 2 กับพวกได้มาที่บ้านผู้เสียหายด้วยกัน แต่จำเลยที่ 1 มาห่างผู้เสียหาย 4 เมตร จำเลยที่ 1 ก็หยุดอยู่ตรงนั้น. ส่วนจำเลยที่ 2 กับพวกหาได้หยุดไม่. คงเดินเลยบ้านผู้เสียหายไป 10 วาจึงหยุดเมื่อเป็นดังนี้ การที่จำเลยที่ 1 ยิงผู้เสียหายโดยลำพังตนเอง.จึงไม่แน่ว่าจำเลยที่ 2 จะได้ร่วมกันเพื่อมาทำร้ายผู้เสียหาย. เพราะอาจฟังว่าจำเลยที่ 1 มาพบผู้เสียหายและด้วยเคยมีเรื่องกันมาก่อน. ส่วนการที่จำเลยที่ 2ได้ร้องบอกให้จำเลยที่ 1 ยิงซ้ำ. จำเลยที่ 1 ก็หาได้กระทำตามที่จำเลยที่ 2 ร้องบอกไม่. กลับวิ่งไปแล้วจำเลยทั้ง 2 กับพวกก็พากันหนีไป การกระทำของจำเลยที่ 2. ก็ยังไม่พอฟังว่าเป็นผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86.โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2510 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 2 กับพวกที่หลบหนีอีก 1 คน ร่วมกระทำผิดใช้ปืนยิงนายอ่วมสุวรรณรัตน์ โดยมีเจตนาฆ่าจำเลยกับพวกได้กระทำผิดไปตลอดแล้วแต่การกระทำไม่บรรลุผล เพราะกระสุนไม่ถูกอวัยวะสำคัญ นายอ่วมจึงไม่ตายสมเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง ส่วนจำเลยที่ 2ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยที่ 1 ได้ใช้ปืนยิงผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 "ยิงซ้ำอีก ๆ" แล้วจำเลยกับพวกก็หลบหนีไปการกระทำของจำเลยที่ 2 เป็นการร่วมกันกระทำผิดด้วย พิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ขณะที่จำเลยที่ 1 ยิงผู้เสียหาย จำเลยที่ 2เดิมเลยบ้านผู้เสียหายไปแล้วและเมื่อจำเลยที่ 1 ยิงผู้เสียหายแล้วผู้เสียหายได้ยินเสียงจำเลยที่ 2