ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1721/2512

ประเด็นกฎหมาย

การนับหุ้นบุริมสิทธิที่ออกให้เสมือนหนึ่งได้ใช้เต็มค่าแล้วเป็นทุนของรัฐในการพิจารณาว่าบริษัทมีทุนเกินร้อยละห้าสิบเป็นของรัฐหรือไม่

หลักกฎหมาย

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1096 ผู้ถือหุ้นชนิดใดย่อมถือว่าเป็นผู้ลงทุนในบริษัทเท่าจำนวนหุ้นที่ถือ โดยไม่ต้องคำนึงว่าหุ้นนั้นใช้ค่าหุ้นเป็นตัวเงินหรือเป็นหุ้นที่ออกให้เสมือนหนึ่งได้ใช้เต็มค่าแล้ว ดังนั้นเมื่อรัฐถือหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิรวมกันเกินร้อยละห้าสิบของหุ้นทั้งหมด ก็ถือว่าทุนของบ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น ซึ่งลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4 จำคุก 12 ปี และให้ใช้เงิน 432,660 บาท แก่ธนาคาร

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นพนักงานธนาคารเกษตร จำกัด ซึ่งมีทุนเกินร้อยละห้าสิบเป็นของรัฐ จำเลยยักยอกเงินของธนาคารรวม 432,660 บาท โดยทุจริต

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.พ.พ. ม. 1096
  • มาตรา 352 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
  • มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1721/2512์ พนักงานอัยการ จังหวัด ยะลาโจทก์ย นาย มะ หรืออาหมัด ซาเรฟจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 ป.พ.พ. ม. 1096ผู้ถือหุ้นชนิดใดในบริษัทจำกัดย่อมถือว่าเป็นผู้ลงทุนในบริษัทเท่าจำนวนหุ้นที่ถือตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1096. ฉะนั้นเมื่อรัฐถือหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิรวมกันเกินกว่าร้อยละห้าสิบของจำนวนหุ้นทั้งหมดของธนาคารเกษตร จำกัด แล้ว. ก็ถือว่าธนาคารเกษตร จำกัด มีทุนเกินกว่าร้อยละห้าสิบเป็นของรัฐ. โดย.ไม่ต้องคำนึงว่าหุ้นเหล่านั้นเป็นหุ้นที่ใช้ค่าหุ้นเป็นตัวเงินหรือเป็นหุ้นที่ออกให้เสมือนหนึ่งได้ใช้เต็มค่าแล้ว. ฉะนั้นเมื่อจำเลยซึ่งเป็นพนักงานธนาคารเกษตร จำกัด ยักยอกเงินของธนาคาร จึงต้องมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐพ.ศ.2502. (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 23/2512).โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพนักงานรักษาเงินของธนาคารเกษตรจำกัด สาขายะลา ซึ่งจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด และก่อตั้งด้วยทุนเกินกว่าร้อยละห้าสิบเป็นของรัฐ มีหน้าที่รักษาเงินรับจ่ายแก่ผู้นำฝากและขอถอนไปรวมตลอดทั้งลงบัญชีรับจ่ายและลงนามในเอกสารหรือตราสารอันเกี่ยวกับกิจการธนาคารดังกล่าว ได้รับเงินที่ลูกค้าบัญชีเงินฝากทั้งประเภทกระแสรายวันและสะสมทรัพย์นำมาฝากไว้รวมทั้งที่เก็บรักษาไว้จำนวน 398,660 บาท ลงบัญชีจ่ายเงินของนายแวยูโซ๊ะ แวสะตาปอ ลูกค้าบัญชีเงินฝากประเภทสะสมทรัพย์ว่าถอนเงินไป 20,000 บาท ซึ่งความจริงนายแวยูโซ๊ะไม่ได้มาถอนเงินจำนวนดังกล่าวไป และลงบัญชีจ่ายเงินซึ่งนายแวยูโซ๊ะได้ขอถอนไป 1,330.67 บาท เป็นว่าถอนไป 11,330.67 บาทและได้รับเงินค่าหุ้นไฟฟ้าเบตงของธนาคารเกษตร จำกัด สาขายะลา