ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9776/2539

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนตามมาตรา 21 หรือมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 และการคำนวณดอกเบี้ย

หลักกฎหมาย

การกำหนดเงินค่าทดแทนต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 ได้แก่ ราคาซื้อขายตามปกติในท้องตลาด ราคาตีราคาเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม สภาพและที่ตั้งของที่ดิ

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์เพิ่มขึ้นเป็นเงินจำนวน 6,605,413.11 บาท และให้ดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารออมสิน แต่ไม่เกินร้อยละ 8 ต่อปี นับแต่วันที่ 22 เมษายน 2534 จนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ที่ดินโจทก์ถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. 2531 เพื่อป้องกันน้ำท่วม คณะกรรมการกำหนดค่าทดแทนเบื้องต้นตารางวาละ 848.65 บาท คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพิ่มให้อีกตารางวาละ 500 บาท รวมเป็น 5,394,586.80 บาท ต่อมามีประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 แก้ไขหลักเกณฑ์การกำหนดค่าทดแทน จำเลยวางเงินค่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9776/2539นางสาว ดวง สม ร ศาลยาชีวินโจทก์กรุงเทพมหานคร กับพวกจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 ม. 10, ม. 21 (1), ม. 21 (2), ม. 21 (3), ม. 21 (4), ม. 21 (5), ม. 22, ม. 26 วรรคสาม ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 246, ม. 247 ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพ ก่อนวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ 44 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์มีผลใช้บังคับแล้ว ดังนั้น เงินค่าทดแทนที่ดินของโจทก์จึงต้องกำหนดโดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ตามมาตรา 21 วรรคหนึ่ง (1) ถึง (5) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 คือราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดราคาที่มีการตีราคาไว้เพื่อประโยชน์แก่การเสียภาษีบำรุงท้องที่ ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมประกอบสภาพและที่ต้องของที่ดินของโจทก์ในวันที่ 24 พฤษภาคม 2531 ซึ่งเป็นวันใช้บังคับพระราชกฤษฎีกาฯ ประกอบเหตุและวัตถุประสงค์ของการเวนคืนเพื่อประโยชน์สาธารณะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่บริเวณด้านทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร แม้หากจะฟังได้ว่าการที่ได้ที่ดินของโจทก์เข้ากรณีตามมาตรา22 ก็ตาม แต่มาตรา 22 นี้ ให้เป็นดุลพินิจที่จะกำหนดเงินค่าทดแทนให้ต่ำกว่าเงินค่าทดแทนที่กำหนดตามมาตรา 21 ก็ได้ไม่ได้บังคับว่าต้องกำหนดเงินค่าทดแทนให้ต่ำกว่ามาตรา 21เสมอไป ดังนั้น การกำหนดเงินค่าทดแทนให้ตามมาตรา 21 ย่อมไม่ขัดต่อมาตรา 22 แต่อย่างใด พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530มาตรา 26 วรรคสาม บัญญัติว่า ในกรณีที่รัฐ