การมีอาวุธปืนที่ไม่อาจออกใบอนุญาตและการพาอาวุธปืนดังกล่าวเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน
การมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดสำเร็จกรรมหนึ่ง และการพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหาก
ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน และลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
จำเลยมีอาวุธปืนพกขนาด 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน 1 นัด ที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 513/2529พนักงานอัยการ จังหวัด เลยโจทก์นาย สังข์ทอง ชัชวาลย์จำเลย ป.อ. ม. 91 พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 การที่จำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองและพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายด้วยถือว่าเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรม คือ มีอาวุธปืนพกขนาดจำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน 1 นัดที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ไว้ในความครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมาย และพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียบอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 55, 72 ทวิ, 78ฯจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกฐานมีอาวุธปืน 2 ปี ฐานพกพาอาวุธปืน30 วัน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก1 ปี 15 วัน ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หรือเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จำเลยมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมเป็นความผิดสำเร็จกรรมหนึ่งแล้ว นับแต่จำเลยมีไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนกฎหมายเมื่อจำเลยพาอาวุธปืนดังกล่าวติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายแล้ว การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดอีกก