การเลิกจ้างเพราะเกษียณอายุตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 ถือเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การค
การเกษียณอายุตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานฯ ถือเป็นการเลิกจ้างตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 46 วรรคสอง เงินกองทุนสงเคราะห์และเงินบำเหน็จบำนาญมิใช่ค่าชดเชย ไม่ตัดสิทธิเรียกค่าชดเชย และเมื่อเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิด จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ตามที่ศาลแรงงานกลางกำหนด
จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้ง 27 คน เพราะเหตุเกษียณอายุเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2533 โดยโจทก์ไม่มีความผิด จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ทุกคนเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 90 วัน และจ่ายเงินบำเหน็จและเงินกองทุนสงเคราะห์ให้ด้วย โจทก์บางคนฟ้องเรียกค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่เหลืออยู่
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 403/2534นาย บุญ ช่วย พงษ์ แก้ว กับพวกโจทก์การท่าเรือแห่งประเทศไทยจำเลย พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 ม. 9, ม. 11 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 10, ข้อ 46, ข้อ 47พระราชบัญญัติ ญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 มาตรา 9 และมาตรา 11 ที่กำหนดให้พนักงานที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งนั้นเป็นเพียงบทกำหนดคุณสมบัติและเหตุที่พนักงานรัฐวิสาหกิจจะต้องพ้นจากตำแหน่งเพื่อให้รัฐวิสาหกิจถือปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน การที่จำเลยให้โจทก์พ้นจากตำแหน่งก็เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงเป็นการเลิกจ้างตามความหมายของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46 วรรคสอง เงินกองทุนสงเคราะห์ จำเลยจัดให้มีขึ้นต่างหากจากค่าชดเชยและมีวัตถุประสงค์เพื่อสงเคราะห์พนักงานและทายาท ซึ่งเรียกเก็บจากพนักงานเป็นรายเดือน ส่วนเงินบำเหน็จบำนาญเป็นเงินตอบแทนแก่ลูกจ้างที่ทำงานมาด้วยดีจนถึงวันออกจากงาน ซึ่งจำเลยจ่ายโดยอาศัยหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณต่างจากวิธีคำนวณค่าชดเชยเงินกองทุนสงเคราะห์และดอกเบี้ยกับเงินบำเหน็จบำนาญมิใช่ค่าชดเชยจึงไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะเรียกค่าชดเชยจากจำเลยอีก จำเลยไม่ได้กำหนดให้โจทก์ลาหยุดพักผ่อนประจำปีได้ในช่วงใดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 10จำเลยจึงไม่อาจอ้างได้ว่า โจทก์ไม่ใช่สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปีเองเมื่อจำเลยเลิกจ้างโดยที่โจทก์มิได้กระทำความผิดตามประกาศดังกล่าวข้อ 47 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่โจทก์ และกรณีมิใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตแต่อย่างใดคดีทั้งยี่สิบเจ็ดส