ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2534

ประเด็นกฎหมาย

การกำหนดค่าทดแทนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกเวนคืนตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 76 และข้อ 67 ว่าชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมหรือไม่

หลักกฎหมาย

การกำหนดค่าทดแทนต้องถือเอาราคาทรัพย์สินตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงใช้บังคับ แม้ไม่มีการซื้อขายในวันนั้น ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดราคาตามราคาธรรมดาในท้องตลาดได้ และตามข้อ 67 เมื่อจำเลยยังมิได้ชำระเงินค่าทดแทน จำเลยต้องชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วั

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทดแทนให้โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน 4,392,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวง คณะกรรมการเวนคืนกำหนดค่าทดแทนโดยใช้ราคาประเมินของสำนักงานที่ดินในปี พ.ศ. 2526 และ 2514 ซึ่งไม่ใช่วันที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับ (20 ธันวาคม 2524) โจทก์โต้แย้งและฟ้องเรียกค่าทดแทนเพิ่ม

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 459/2534เด็ก ชาย อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ โดย นายสืบชัย ไชยนุวัติโจทก์ผู้แทนโดยชอบธรรม กับพวกโจทก์กรุงเทพมหานคร กับพวกจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 67, ข้อ 76ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 76(2) บัญญัติว่าเงินค่าทดแทนนั้น ให้กำหนดเท่าราคาทรัพย์สินตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่ พ.ร.ฎ. กำหนดแนวทางหลวงใช้บังคับ เมื่อพ.ร.ฎ. ดังกล่าวออกใช้บังคับในวันที่ 20 ธันวาคม 2524 การกำหนดค่าทดแทนให้กับโจทก์ต้องถือเอาราคาของทรัพย์สินตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายกันในท้องตลาดในวันดังกล่าว แต่เมื่อในวันที่ พ.ร.ฎ.ใช้บังคับไม่มีการจดทะเบียนซื้อขายที่ดินกันในบริเวณที่ถูกเวนคืนก็มิใช่ว่าจะต้องถือเอาราคาประเมินเพื่อใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของสำนักงานที่ดินมาใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการกำหนดค่าทดแทนแต่เพียงอย่างเดียว ในกรณีเช่นนี้ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจ กำหนดราคาซื้อขายที่ดินของโจทก์ตามราคาธรรมดาในท้องตลาดในวันที่ พ.ร.ฎ. ใช้บังคับได้ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 295 ข้อ 67 บัญญัติว่าในกรณีที่ศาลพิพากษาให้เจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่เวนคืนอสังหาริมทรัพย์ชำระเงินเพิ่มขึ้นให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินนั้นตั้งแต่วันที่ พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนใช้บังคับเมื่อจำเลยยังมิได้ชำระเงินให้แก่โจทก์เลย ไม่ว่าจะเป็นเงินที่จำเลยกำหนดให้ หรือที่ศาลพิพากษาให้เพิ่มขึ้น จำเลยก็ต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของจำนวนเงินที่โจทก์สมควรจะได้รับนับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ใช้บังคับ.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้ง