การกำหนดค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนต้องใช้ราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 76 ไม่ใช่ราคาตามบัญชีราคาตลาดเพื่อเรียกเ
ค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนต้องกำหนดตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินใช้บังคับ หากไม่มีการซื้อขายในวันนั้น สามารถนำสืบราคาที่ซื้อขายในช่วงเวลาที่พระราชกฤษฎีกาใช้บังคับได้ แต่จะใช้ราคาตามบัญชีราคาตลาดเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมไม่ได้ เพราะไม่ใ
ศาลฎีกาคำนวณค่าทดแทนใหม่รวมเป็นเงิน 1,195,000 บาท หักที่โจทก์รับไปแล้ว 522,450 บาท คงเหลือ 672,550 บาท รวมกับค่าทดแทนที่ดินส่วนที่เหลือลดน้อยถอยราคา 50,000 บาท เป็นเงิน 722,550 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีในต้นเงิน 672,550 บาท นับแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2525 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยก่อนฟ้องไม่เกิน 3 ปี
โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินถูกเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน พ.ศ.2525 เพื่อสร้างทางพิเศษ จำเลยกำหนดค่าทดแทนโดยใช้ราคาตามบัญชีราคาตลาดเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม โจทก์ฟ้องขอให้เพิ่มค่าทดแทนและเรียกดอกเบี้ย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2534นาย ประสิทธิ์ ฉิมฉ่ำโจทก์การ ทาง พิเศษ แห่งประเทศ ไทยจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 67, ข้อ 76 พ.ร.ฎ.กำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในท้องที่เขตบางขุนเทียน เขตราษฎร์บูรณะ และเขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2525 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2515ข้อ 76 กำหนดให้ใช้ค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนเท่าราคาของทรัพย์สินตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายในท้องตลาดในวันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะถูกเวนคืนใช้บังคับ หากในวันดังกล่าวไม่มีการซื้อขายที่ดินบริเวณที่ที่จะถูกเวนคืน โจทก์ก็นำสืบถึงราคาที่ดินที่ซื้อขายกันในช่วงเวลาที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับมาเป็นเกณฑ์พิจารณาได้ จะอาศัยราคาที่ดินตามราคาตลาดเพื่อใช้เป็นทุนทรัพย์สำหรับเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมมาเป็นเกณฑ์กำหนดหาได้ไม่ เพราะไม่ใช่ราคาที่ดินตามราคาธรรมดาที่ซื้อขายกันในท้องตลาด แม้จะยังไม่มีพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ที่ถูกเวนคืนใช้บังคับโดยเฉพาะ แต่โจทก์ก็มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยได้ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ลงวันที่28 พฤศจิกายน 2515 ข้อ 67 วรรคสอง ซึ่งบัญญัติให้เรียกดอกเบี้ยได้ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากยอดเงินที่จะต้องชำระเพิ่มขึ้นนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนใช้บังคับ.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 14660 และเลขที่ 287 แขวงบางปะกอก เขตราษฎรณ์บูรณะ กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ติดต่อกัน รวมเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 9 ตารางวา ใช้ปลูกบ้านอยู่อาศัยและสิ่งปลูกสร้างอื่น จำเลยเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์สร้างหรือจัดให้มีด้วยวิธีกา