ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2534

ประเด็นกฎหมาย

ลูกจ้างรายวันถูกจับกุมและควบคุมตัวโดยตำรวจ แม้นายจ้างเป็นผู้แจ้งความ นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันที่ลูกจ้างไม่ได้มาทำงาน

หลักกฎหมาย

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ค่าจ้างหมายถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติ หรือจ่ายโดยคำนวณตามผลงาน และรวมถึงเงินที่จ่ายในวันหยุดและวันลา ลูกจ้างรายวันจะได้รับค่าจ้างเฉพาะวันที่มาทำงานเท่านั้น หากวันใดไม่มาทำงานก็ไม่ได้รับค่าจ้าง

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างรายวันของจำเลย ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและควบคุมตัวไว้สอบสวนตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2533 จนถึงวันที่จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้าง (25 พฤษภาคม 2533) โดยจำเลยเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2533

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2534นาย องอาจ ขัวณรงค์โจทก์บริษัท นคร ไทย สตีล เวอร์ค จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างรายวันของจำเลยถูกตำรวจจับกุมตัวและควบคุมตัวไว้จนกระทั่งถึงวันที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ แม้ว่าจำเลยจะเป็นผู้แจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับโจทก์ก็ตาม จำเลยก็ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างระหว่างนั้นให้โจทก์ เพราะโจทก์จะได้รับค่าจ้างเฉพาะในวันที่โจทก์มาทำงานให้แก่จำเลยเท่านั้นโจทก์ฟ้องว่า ขอให้จำเลยจ่ายค่าจ้างที่ค้างจ่ายเป็นเงิน2,650 บาท ค่าชดเชยเป็นเงิน 18,990 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 2,060 บาท และค่าเสียหายเนื่องจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมเป็นเงิน 60,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันผิดนัดจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 633 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2533ซึ่งเป็นวันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "โจทก์อุทธรณ์ตามข้อ 2.6 ว่าเหตุที่โจทก์ไม่ได้มาทำงานให้แก่จำเลยนั้น มิใช่ความผิดของโจทก์แต่เป็นเพราะจำเลยได้แจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ในวันที่ 19พฤษภาคม 2533 และได้เลิกจ้างโจทก์ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2533จำเลยต้องจ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 25 พฤษภาคม 2533รวม 13 วัน เป็นเงิน 1,371.50 บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จพิเคราะห์แล้ว ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 2 ได้ให้ความหม