ลูกจ้างรายวันถูกจับกุมและควบคุมตัวโดยเจ้าพนักงานตำรวจ ไม่สามารถมาทำงานได้ นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างในวันที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานหรือไม่
ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ค่าจ้างหมายถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้เป็นการตอบแทนการทำงาน ลูกจ้างรายวันจะได้รับค่าจ้างเฉพาะวันที่มาทำงานเท่านั้น หากวันใดไม่มาทำงานก็ไม่ได้รับค่าจ้าง แม้การไม่มาทำงานเกิดจากการถูกจับกุมและควบคุมตัวโดยเจ้าพนักงานตำรวจ และนายจ้างเป็นผู้แจ้งความดำเน
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 633 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2533 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก
โจทก์เป็นลูกจ้างรายวันของจำเลย ได้รับค่าจ้างวันละ 103 บาท และค่าครองชีพเดือนละ 75 บาท โจทก์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2533 จนถึงวันที่จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้าง (25 พฤษภาคม 2533) โดยจำเลยเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่โจทก์ จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 541/2534นาย องอาจ ขัวณรงค์โจทก์บริษัท นคร ไทย สตีล เวอร์ค จำกัดจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ค่าจ้าง ข้อ 2โจทก์เป็นลูกจ้างรายวันของจำเลยจะได้รับค่าจ้างซึ่งเป็นเงินที่จำเลยจ่ายให้เป็นการตอบแทนการทำงานเป็นรายวันเฉพาะในวันที่จำเลยมาทำงานให้แก่โจทก์เท่านั้น หากวันใดโจทก์ไม่มาทำงานก็จะไม่ได้รับค่าจ้าง โจทก์ไม่ได้มาทำงานให้แก่จำเลยเนื่องจากถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมและควบคุมตัวไว้สอบสวนจนถึงวันที่จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ แม้จำเลยจะเป็นผู้แจ้งความดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยและโจทก์ถูกเจ้าพนักงานตำรวจควบคุมตัวไว้ โจทก์จึงมาทำงานให้แก่จำเลยไม่ได้ ก็ไม่ใช่เป็นเหตุที่จำเลยจะต้องจ่ายค่าจ้างระหว่างนั้นให้แก่โจทก์.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย มีหน้าที่ตัดเหล็กเส้น เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2533 จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด โจทก์ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายวันละ 103 บาทและค่าครองชีพเดืนอละ 75 บาท จำเลยไม่จ่ายค่าจ้างตั้งแต่วันที่1 ถึง 25 พฤษภาคม 2533 เป็นเงิน 2,650 บาท ค่าชดเชยเป็นเงิน18,990 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 2,060 บาทให้แก่โจทก์ตามกฎหมาย และการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 60,000 บาท ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวน 83,700 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างรายวัน ได้รับค่าจ้างในอัตราวันละ 103 บาท และเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ เดือนละ 75 บาท โจทก์ได้ลักทรัพย์สินของจำเลยที่โรงงานซึ่งโจทก์ทำงานอยู่ ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมโจทก์ได้ การกระทำของโจทก์เป็นการฝ่าฝืนต่อคำสั่ง กฎ ระเบียบ