สินค้าที่โจทก์ผลิตจำหน่ายได้รับยกเว้นภาษีการค้าหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิเรียกเงินภาษีคืนหรือไม่
สินค้าที่จะได้รับยกเว้นภาษีการค้าตามมาตรา 5(8) แห่งพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2517 ต้องเป็นสินค้าที่มิได้ระบุในบัญชีที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ท้ายพระราชกฤษฎีกาก่อน และต้องเป็นสินค้าตามรายการ (ก) ถึง (ฌ) รายการใดรายการหนึ่ง หากเป็นสินค้าที่ระบุในบัญชีแล้ว จะไม่ได้รับยกเว้น
สินค้าที่โจทก์ผลิตจำหน่ายไม่ได้รับยกเว้นภาษีการค้า โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกเงินภาษีคืน พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ผลิตวุ้นเส้น เส้นหมี่ และแป้งสลิ่ม บรรจุหีบห่อผนึกที่มีเครื่องหมายการค้าปรากฏอยู่บนหีบห่อซึ่งสามารถมองเห็นได้จากภายนอก สินค้าของโจทก์เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตจากแป้งหรือถั่วที่ผลิตในราชอาณาจักร โจทก์ชำระภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล และเงินเพิ่มแก่จำเลยสำหรับเดือนกันยายน 2523 ถึงเดือนพฤศจิกายน 253
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 217/2538บริษัท สิทธินันท์ จำกัดโจทก์กรมสรรพากรจำเลย ป.รัษฎากร ม. 3 พ.ร.ฏ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ 54) พ.ศ.2517 สินค้าที่จะได้รับยกเว้นภาษีการค้าตามมาตรา5(8)แห่งพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า(ฉบับที่54)พ.ศ.2517ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนั้นลำดับแรกจะต้องเป็นสินค้าที่มิได้ระบุในบัญชีที่1ที่2และที่3ท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวเสียก่อนหากเป็นสินค้าที่ได้ระบุจะถือว่าเป็นสินค้าที่มิได้ระบุในบัญชีที่1ที่2และที่3หาได้ไม่และแม้จะเป็นสินค้าที่มิได้ระบุในบัญชีดังกล่าวรายการหนึ่งรายการใดหรือบัญชีหนึ่งบัญชีใดแล้วยังต้องเป็นสินค้าตามรายการ(ก)ถึง(ฌ)รายการหนึ่งรายการใดเท่านั้นจึงจะได้รับการยกเว้นภาษีการค้า สินค้าที่โจทก์ผลิตจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ผลิตจากแป้งหรือถั่วที่ผลิตในราชอาณาจักรแม้จะมิใช่ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าในราชอาณาจักรแต่เมื่อเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่บรรจุหีบห่อผนึกที่มีเครื่องหมายการค้าปรากฏอยู่บนหีบห่อซึ่งสามารถมองเห็นได้จากภายนอกอันเป็นสินค้าตามบัญชีที่1หมวด1(4)ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า(ฉบับที่54)พ.ศ.2517ย่อมเป็น สินค้าที่ได้ระบุในบัญชีที่1ท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจึง ไม่ได้รับยกเว้น ภาษีการค้าสำหรับการขายสินค้าโจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ ชำระ ภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล และ เงินเพิ่มแก่ จำเลย เพราะ เข้าใจผิด ใน ข้อกฎหมาย ขอให้ จำเลย คืนเงิน จำนวน63,290,402 บาท ให้ แก่ โจทก์ และ ให้ จำเลย ชำระ ดอกเบี้ย ให้ โจทก์ใน อัตรา ร้อยละ 1 ต่อ เดือน ใน ต้นเงิน จำนวน 57,447,553 บาท นับแต่วันฟ้อง เป็นต้น ไป จนกว่า จำ