หนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ 30 บาท ครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่ และผู้รับมอบอำนาจซึ่งเป็นทนายความตั้งตนเองเป็นทนายความได้หรือไม่ รวมถึงการที่ศาลชั้นต้นไม่
1. หนังสือมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ต้องปิดอากรแสตมป์ฉบับละ 30 บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 7(ข) โดยไม่คำนึงถึงจำนวนผู้รับมอบอำนาจ 2. ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง มิได้ห้ามผู้รับมอบอำนาจซึ่งเป็นทนายความอยู่แล้วตั้งตนเองเป็น
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์
โจทก์มอบอำนาจให้นายประสงค์ ภูวกุล และนายทรวงลี พึ่งธรรม ฟ้องคดีและกระทำการอื่นแทนโจทก์ โดยหนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ 30 บาท ต่อมาผู้รับมอบอำนาจตั้งนายทรวงลีเป็นทนายความว่าคดีนี้ ส่วนจำเลยขอเลื่อนการสืบพยานปากหนึ่งถึง 4 นัด ครั้งสุดท้ายจำเลยยอมให้ตัดพยานหากพยานไม่มา แต่ต่อมาจำเลยขอเลื่อนอีกอ้างว่าพ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2130/2534ธนาคาร นครหลวง ไทย จำกัดโจทก์นาย มนัส ธรรมมารักษ์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 40, ม. 60 วรรคสอง, ม. 86 วรรคสอง ป.รัษฎากร ม. 118 บัญชี อัตรา อากรแสตมป์ ข้อ 7 ( ข ) บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร หนังสือมอบอำนาจให้ ป. และ ท. ฟ้องคดีและกระทำการอย่างอื่นอีกหลายประการแทนโจทก์ เป็นการมอบอำนาจให้บุคคลคนเดียวหรือหลายคนร่วมกระทำการมากกว่าครั้งเดียว ซึ่งตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ข้อ 7(ข) โจทก์ซึ่งเป็นผู้มอบอำนาจมีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ฉบับละ 30 บาท โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจคนเดียวหรือหลายคน หนังสือมอบอำนาจปิดอากรแสตมป์ 30 บาท จึงครบถ้วนตามกฎหมายแล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสองมิได้ห้ามผู้รับมอบอำนาจซึ่งเป็นทนายความอยู่แล้วตั้งตนเองเป็นทนายความดำเนินคดีนั้นอีก ที่ ท. และ ป. ผู้รับมอบอำนาจจากโจทก์ตั้ง ท. เป็นทนายความว่าคดีนี้จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนการสืบพยานจำเลยปากหนึ่งไปถึง 4 นัดครั้งสุดท้ายจำเลยยื่นคำร้องระบุว่าหากไม่ได้ตัวพยานมาในนัดต่อไปจำเลยยอมให้ศาลตัดพยานได้ทันที ซึ่งทนายจำเลยก็แถลงรับไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาในวันเดียวกันนั้นว่า หากนัดหน้าพยานไม่มาศาลไม่ว่าด้วยเหตุใด จำเลยไม่ติดใจสืบ ศาลชั้นต้นก็ได้ให้โอกาสจำเลยเป็นครั้งสุดท้าย โดยเลื่อนการสืบพยานจำเลยไปถึงวันนัดจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีก อ้างว่าพยานติดคดีต้องเบิกความที่ศาลทั้งเช้า และบ่ายไม่อาจมาเบิกความที่ศาลในคดีนี้ได้ ดังนี้การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีโดยเห็นว่าจำเลยมีโอกาสนำตัวพยานมาสืบได้ จำเลยขอเลื่อนคดีมีลักษณะประวิงคดี จึงชอบแล้ว.โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบ