การเลิกจ้างพนักงานที่รู้เห็นการกระทำผิดแต่ไม่รายงาน ถือเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ และพนักงานต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายหรือไม่
การที่ลูกจ้างกระทำผิดข้อบังคับของนายจ้างในกรณีร้ายแรง แม้ศาลแรงงานกลางจะยกขึ้นวินิจฉัยต่างจากที่โจทก์อ้าง ก็เป็นเหตุให้นายจ้างเลิกจ้างได้ และหากการกระทำนั้นเป็นความผิดร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) การเลิกจ้างย่อมไม่เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้โจทก์ชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย และการเลิกจ้างของจำเลยไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม
โจทก์เป็นยามรักษาการณ์ รู้เห็นการเผาสายเคเบิลโทรศัพท์ของจำเลย แต่ไม่รายงานผู้บังคับบัญชา จำเลยเลิกจ้างโดยอ้างว่าโจทก์มีส่วนร่วมในการเผาเคเบิล
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2217/2534นาย ทองคำ คา ม บุตรโจทก์องค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศ ไทยจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49, ม. 51, ม. 52 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)เมื่อปรากฏว่า การที่โจทก์กระทำผิดข้อบังคับของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรงที่ศาลแรงงานกลางยกขึ้นวินิจฉัยนั้น ก็เป็นเหตุหนึ่งที่จำเลยจะถือเป็นเหตุให้โจทก์ออกจากงานได้ ไม่ใช่จะมีเฉพาะแต่เหตุตามข้อที่โจทก์กล่าวอ้างเท่านั้น ดังนี้ การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างของจำเลยไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม จึงเป็นการชอบแล้ว.คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางให้รวมการพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกันโดยเรียกนายทองคำ คามบุตร ว่าโจทก์ และเรียกองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ว่าจำเลยสำนวนแรกโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นเจ้าพนักงานทำหน้าที่ยามรักษาการณ์ ต่อมาจำเลยได้เลิกจ้างโดยกล่าวหาว่าโจทก์มีส่วนร่วมหรือเป็นตัวการในการลักษณะเผาเคเบิลของจำเลย ซึ่งไม่เป็นความจริง อันเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากไม่สามารถ รับกลับได้ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ลูกจ้างจำเลยจริง แต่โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งของจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยสำนวนหลังจำเลยฟ้องโจทก์ว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยทำหน้าทีเป็นยามรักษาการณ์ประจำชุมสายโทรศัพท์งามวงศ์วาน โจทก์ขาดความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้มีบุคคลอื่นเข้ามา