ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2217 - 2218/2534

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างพนักงานที่รู้เห็นการกระทำผิดของผู้อื่นแต่ไม่รายงานผู้บังคับบัญชา ถือเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่

หลักกฎหมาย

การเลิกจ้างสามารถอาศัยเหตุอื่นที่ศาลเห็นว่าสำคัญได้ ไม่จำกัดเฉพาะข้อกล่าวหาของฝ่ายจำเลย และการกระทำที่เข้าข่ายความผิดร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ทำให้การเลิกจ้างชอบด้วยกฎหมาย ไม่ถือเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลางว่า การเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม ไม่ใช่การเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม และโจทก์ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นยามรักษาการณ์ รู้เห็นการเผาสายเคเบิลโทรศัพท์ของจำเลย แต่ไม่รายงานผู้บังคับบัญชา จำเลยเลิกจ้างโดยกล่าวหาว่าโจทก์มีส่วนร่วมในการลักและเผาเคเบิล

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2217 - 2218/2534นาย ทองคำ คา ม บุตรโจทก์องค์การโทรศัพท์ แห่งประเทศ ไทยจำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49, ม. 51, ม. 52 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3)เมื่อโจทก์กระทำผิดข้อบังคับของจำเลยในกรณีที่ร้ายแรงตามที่ศาลแรงงานกลางยกขึ้นวินิจฉัย ก็เป็นเหตุหนึ่งที่จำเลยจะถือเป็นเหตุให้โจทก์ออกจากงานได้ไม่ใช่จะมีเฉพาะแต่เหตุตามข้อที่โจทก์กล่าวอ้าง ทั้งกรณีของโจทก์ต้องด้วยประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(3) ดังนี้ ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม.คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลแรงงานกลางให้รวมการพิจารณาและพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยเรียกนายทองคำ คามบุตร ว่าโจทก์ และเรียกองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยว่าจำเลยสำนวนแรกโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นพนักงานทำหน้าที่ยามรักษาการณ์ ต่อมาจำเลยได้เลิกจ้างโดยกล่าวหาว่าโจทก์มีส่วนร่วมหรือเป็นตัวการในการลักและเผาเคเบิลของจำเลยซึ่งไม่เป็นความจริง อันเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน หากไม่สามารถรับกลับได้ก็ให้ชดใช้ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าโจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยจริง แต่โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ระเบียบหรือคำสั่งของจำเลย ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมและชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลยสำนวนหลังจำเลยฟ้องโจทก์ว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยทำหน้าที่เป็นยามรักษาการณ์ประจำชุมสายโทรศัพท์งามวงศ์วาน โจทก์ขาดความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่เป็นเหตุให้มีบุคคลอื่นเข้ามาลักตัดสา