รองอธิบดีกรมสรรพากรซึ่งรักษาราชการแทนอธิบดีมีอำนาจอนุมัติให้เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 49 หรือไม่ และการประเมินกั
แม้ประมวลรัษฎากรจะเป็นกฎหมายพิเศษเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แต่การตีความมาตรา 49 ไม่ต้องเคร่งครัดว่าผู้มีอำนาจอนุมัติต้องเป็นตัวอธิบดีเท่านั้น ต้องนำประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ข้อ 42 และ 44 มาใช้บังคับ ซึ่งให้รองอธิบดีรักษาราชการแทนมีอำนาจเช่นเดียวกับอธิบดี
พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องโจทก์
เจ้าพนักงานประเมินประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินเพิ่มปี 2514-2518 รวม 760,790.05 บาท โดยได้รับอนุมัติจากรองอธิบดีกรมสรรพากรซึ่งรักษาราชการแทนอธิบดี โจทก์ฟ้องว่าการอนุมัติไม่ชอบเพราะไม่ใช่ตัวอธิบดี และเงินที่ใช้ซื้อที่ดินเป็นเงินสะสมและมรดก แต่ศาลฟังว่าเป็นเงินได้จากการค้าขายและจัดสรรที่ดิน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2347/2534นาย อุด มศักดิ์ ลิ้มพันธ์อุดมโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 49 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ข้อ 42, ข้อ 44แม้ประมวลรัษฎากรจะเป็นกฎหมายพิเศษอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน และตามมาตรา 49 จะบัญญัติให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจกำหนดจำนวนเงินได้สุทธิขึ้นโดยอนุมัติอธิบดีกรมสรรพากรก็ตาม แต่ก็ไม่จำต้องตีความโดยเคร่งครัดว่าผู้มีอำนาจอนุมัติจะต้องเป็นตัวอธิบดีกรมสรรพากรเองเท่านั้น เพราะตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 เรื่องระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ข้อ 42 วรรคสอง บัญญัติว่า ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้รองอธิบดีเป็นผู้รักษาราชการแทน และตามข้อ 44 วรรคแรก บัญญัติให้ผู้รักษาราชการแทนดังกล่าวมีอำนาจเช่นเดียวกับผู้ซึ่งตนแทน ดังนั้น รองอธิบดีกรมสรรพากรซึ่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร ย่อมมีอำนาจอนุมัติให้เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินภาษีเงินได้ของโจทก์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 49 ได้โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินให้โจทก์เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและเงินเพิ่ม สำหรับปี พ.ศ. 2514-2518รวมเป็นเงิน 760,790.05 บาท โดยไม่ชอบด้วยประมวลรัษฎากร มาตรา 49เพราะไม่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อนทำการประเมินและคณะกรรมการอุทธรณ์ซึ่งประกอบด้วยจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4ก็ไม่ยกข้ออุทธรณ์ดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยตามคำอุทธรณ์ของโจทก์ด้วยขอให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4จำเลยทั้งสี่ให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินสำหรับท้องที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จ