อำนาจฟ้องเรียกค่าทดแทนที่ดินเพิ่มจากกรุงเทพมหานครตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 67 แม้ที่ดินไม่อยู่ในพระราชบัญญัติเวนคืนเฉพาะ แต่ถูกเวนคืนตามกฎหม
แม้พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก พ.ศ. 2526 จะไม่ได้กำหนดท้องที่แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา ไว้ แต่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ระบุท้องที่ดังกล่าวไว้ ที่ดินของโจทก์จึงถูกเวนคืนตามกฎหมายอื่น และเมื่อโจทก์เห็นว
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชดใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2524 จนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ที่ดินของโจทก์ทั้งสองจำนวน 51 ตารางวา อยู่ในแนวเขตที่จะถูกเวนคืน โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทยในฐานะตัวแทนของจำเลยได้สร้างถนนผ่านที่ดินดังกล่าว ที่ดินอยู่ในท้องที่แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา ซึ่งมิได้อยู่ในเขตตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษก พ.ศ. 2526 แต่มีพระราชก
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2534นาย ยอด ยิ่ง เอื้อวัฒน สกุล กับพวกโจทก์กรุงเทพมหานครจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 67 ป.วิ.พ. ม. 55ที่ดินโจทก์ซึ่งตัวแทนจำเลยทำการสร้างถนนผ่านอยู่ในแนวเขตที่จะถูกเวนคืนโดยอยู่ในท้องที่แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวากรุงเทพมหานคร แม้พระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างทางหลวงเทศบาลสายรัชดาภิเษกในท้องที่แขวงวัดท่าพระฯจะไม่ได้กำหนดรวมเอาท้องที่ดังกล่าวไว้ด้วยก็ตาม แต่ก็มีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนซึ่งออกตามความในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ระบุท้องที่เขตยานนาวาไว้ด้วยแล้ว หาใช่ว่าที่ดินของโจทก์จะไม่ได้ถูกเวนคืนตามกฎหมายฉบับอื่นด้วยไม่ เมื่อโจทก์เห็นว่าค่าทดแทนที่จำเลยกำหนดยังไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมตามส่วนที่ควรจะได้รับ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องเรียกค่าทดแทนที่ดินในส่วนนี้เพิ่มจากจำเลยได้ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 295 ข้อ 67.โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ่ายค่าทดแทนที่ดินในการเวนคืนให้แก่โจทก์ต่ำเกินไป และไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายในส่วนที่ต่ำไปให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า ได้กำหนดค่าทดแทนที่ดินให้โจทก์เป็นธรรมแล้วขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ฟ้องเป็นคดีใหม่ตามกฎหมายอื่นโจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยชดใช้เงินจำนวน 280,500 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 27 มิถุนายน2527 ให้แก่โจทก์โจทก์ทั้งสองและจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ และจำเลยจะต้องรับผิดชดใช้ค่าทดแทนที่ดินเพิ่มให้โจทก์ทั้งสองหรือไม่ เพียงใด ศาลฎีกาเห็นว่า นอกจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้มอบการดำเนินกา